This printed article is located at http://dtc-th.listedcompany.com/company_business.html

Company's Business

  • ลักษณะธุรกิจ
  • การประกอบธุรกิจ
  • เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ
 
ลักษณะธุรกิจ

ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมชั้นนำของไทย และธุรกิจการศีกษาด้านการโรงแรม

บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล”) เป็นหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมชั้นนำของไทยที่มีเอกลักษณ์การให้บริการแบบไทยในระดับมาตรฐานสากล ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล มีประสบการณ์ในธุรกิจโรงแรมมากว่า 68 ปี กลุ่มบริษัทเริ่มประกอบธุรกิจในตั้งแต่ปี 2492 โดยมีท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย เป็นผู้ก่อตั้ง โดยมีโรงแรมแห่งแรกของกลุ่ม คือ โรงแรมปริ๊นเซส ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ ต่อมาในปี 2513 บริษัทได้เปิดดำเนินการโรงแรมห้าดาวในกรุงเทพฯ ชื่อ “ดุสิตธานี” และได้เปิดโรงแรมต่างๆ เพิ่มเติม ตลอดจนรับบริหารโรงแรมภายใต้เครื่องหมายการค้า “ดุสิตธานี” “ดุสิตดีทู” “ดุสิตปริ๊นซ์เซส” “ดุสิตเดวาราณา” และ “ดุสิตเรสซิเด้นซ์”

ณ สิ้นปี 2560 ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล บริหารโรงแรมทั้งสิ้น 27 โรงแรม ใน 8 ประเทศ เป็นโรงแรมที่บริษัทลงทุนเอง 9 แห่ง และเป็นโรงแรมที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัท 18 แห่ง รวมเป็นจำนวนห้องพักมากกว่า 7,000 ห้อง (รวมโรงแรม 3 แห่งภายใต้ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี หรือ “DREIT”)

นอกจากการประกอบธุรกิจโรงแรมแล้ว ผู้ก่อตั้งยังให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพรองรับการขยายตัวของโรงแรมในกลุ่มและอุตสาหกรรมโรงแรมสอดคล้องกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ปัจจุบันบริษัทมีประสบการณ์ในธุรกิจการศึกษามากว่า 24 ปี โดยเริ่มก่อตั้งโรงเรียนการโรงแรมดุสิตธานีขึ้นในปี 2536 ต่อมาในปี 2539 บริษัทได้จัดตั้ง “วิทยาลัยดุสิตธานี” ซึ่งในปัจจุบันเปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรีและระดับปริญญาโท นอกจากนี้ยังมีการร่วมทุนในโรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต กรุงเทพฯ และมีการวิจัยค้นคว้าและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศดุสิตธานี Dusit Thani Excellence Center (DTEC)

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสมกับบริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) (Mixed-use Project) ซ่ึงจะประกอบไปด้วยโรงแรม อาคารที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และมุ่งเน้นในเรื่องการมอบพื้นที่สีเขียวให้กับโครงการ

การประกอบธุรกิจ

ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ

ปัจจุบันบริษัทประกอบธุรกิจด้านโรงแรม ด้านการศึกษา และธุรกิจอื่นๆ ดังนี้

1. ธุรกิจโรงแรม

ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจโรงแรม โดยมี 5 เครื่องหมายการค้า ได้แก่

  • ดุสิตธานี
  • ดุสิตเดวาราณา
  • ดุสิตดีทู
  • ดุสิตปริ๊นเซส
  • ดุสิตเรสซิเด้นซ์

โรงแรมในแต่ละเครื่องหมายการค้าจะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างและหลากหลาย ของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม

การดำเนินธุรกิจโรงแรมของบริษัทแบ่งเป็น 2 ประเภท

ธุรกิจโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของ
  • ภายใต้บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เป็นโรงแรมระดับห้าดาวภายใต้เครื่องหมายการค้า ดุสิตธานี

    • โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว มีห้องพักจำนวน 517 ห้อง แบ่งเป็น Superior 233 ห้อง Deluxe 149 ห้อง Dusit Room 71 ห้อง Dusit Club Room 36 ห้อง Thai Heritage Suite One Bedroom 23 ห้อง Rattanakosin Suite One Bedroom 2 ห้อง Ambassador Suite Two Bedroom 1 ห้อง Princess Suite Two Bedroom 1 ห้อง และ Majesty Suite 1 ห้อง นอกจากนี้ ยังให้บริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม ห้อง จัดเลี้ยง ห้องประชุมและสัมมนา และ สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น สระว่ายน้ำ ศูนย์บริหารร่างกายชื่อ “DFiT” สถานบริการสุขภาพ (Spa) ชื่อ “เทวารัณย์ สปา” Dusit Shop ร้านบูติกที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ และสินค้านานาชนิด รวมทั้งสินค้าพื้นเมืองและ ของที่ระลึก ร้านขายขนมเบเกอรี่ชื่อ “Dusit Gourmet” บริการรถ Limousine ระหว่าง โรงแรมและสนามบิน บริการจัดทัวร์นอกสถานที่ บริการรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ บริการรับเลี้ยงเด็ก บริการ ตัดผม บริการซักอบรีด รับส่งไปรษณีย์ ให้บริการโทรศัพท์ เป็นต้น

      ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศ มีทั้งนักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ มีการจัดประชุมสัมมนา จากบริษัทในประเทศไทย และการจัดประชุมนานาชาติ ส่วนใหญ่ลูกค้านักท่องเที่ยวจะเดินทางมาในระหว่างเดือนตุลาคมถึงมีนาคมของปีถัดไป ซึ่งเป็นช่วง High Season ส่วนระหว่างเดือนเมษายนถึงสิงหาคม เป็นช่วง Low Season จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาน้อย

      โรงแรมตั้งอยู่บนที่ดินซึ่งเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยมีสัญญาเช่าในช่วงแรก เป็นระยะเวลา 30 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2516 ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2546 บริษัทได้รับสิทธิในการต่อสัญญาเช่าที่ดินได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 15 ปี โดยบริษัทได้ต่อสัญญาเช่า สำหรับช่วง 15 ปีแรก ซึ่งสัญญามีอายุตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2546 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561

      ต่อมา บริษัทได้ลงนามในสัญญาเช่าที่ดินกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (“สัญญาเช่าฉบับใหม่”) เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2559 โดยสัญญาเช่าฉบับใหม่มีกำหนดระยะเวลา 30 ปี และบริษัทมีสิทธิต่ออายุสัญญาเช่าดังกล่าว ออกไปอีก 30 ปี ซึ่งระยะเวลาการเช่าตามสัญญานี้นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 โดยที่บริษัทมีระยะเวลาในการ ก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 7 ปีนับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 เป็นต้นไป เนื่องจากการลงนามในสัญญาเช่าฉบับใหม่นี้ บริษัทได้ตกลงสละอายุการเช่าที่เหลือที่มีอยู่ตามสัญญาเช่าฉบับปัจจุบัน รวมทั้งสละสิทธิในการต่อสัญญา อีก 15 ปี ออกไปด้วย เพื่อดำเนินการตามโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสม (Mixed-Use Project)

      และเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2560 บริษัทได้ประกาศการลงทุนในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสม (Mixed-Use Project) ร่วมกับบริษัท เซ็นทรัล จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะประกอบไปด้วยโรงแรม อาคารที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก โดยใช้พื้นที่ตั้งของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ และพื้นที่เช่าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ให้เช่าเพิ่มเติมมาอีก 5 ไร่ 0 งาน 74.25 ตารางวา รวมเป็นพื้นที่เช่าทั้งสิ้น 23 ไร่ 2 งาน 2.72 ตารางวา


    • โรงแรมดุสิตธานี พัทยา เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี เป็นโรงแรมแบบ รีสอร์ท มีห้องพัก จำนวน 457 ห้อง แบ่งเป็น Deluxe 304 ห้อง Club Room 58 ห้อง Club Grand Room 42 ห้อง Family Suite 24 ห้อง One Bedroom Suite 15 ห้อง Cabana Room 9 ห้อง Dusit Suite 3 ห้อง Royal Princess Suite 2 ห้อง นอกจากนี้ ยังให้บริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุมและสัมมนา และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ ศูนย์บริหารร่างกาย ชื่อ “DFiT” สถานบริการสุขภาพ (Spa) ชื่อ “เทวารัณย์ สปา” Dusit Shop ร้านบูติกที่รวบรวมผลิตภัณฑ์และสินค้านานาชนิด รวมทั้งร้านค้าย่อยขายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก ร้านขายขนมเบเกอรี่ชื่อ “Dusit Gourmet” บริการรถ Limousine บริการจัดทัวร์นอกสถานที่ บริการรับแลกเปลี่ยน เงินตราต่างประเทศ บริการรับเลี้ยงเด็ก บริการตัดผม บริการซักอบรีด รับส่งไปรษณีย์ ให้บริการโทรศัพท์ เป็นต้น

      โรงแรมตั้งอยู่บนที่ดินซึ่งเช่าจากบริษัท สิริพัทยา จำกัด โดยสัญญาเริ่มแรกระหว่างบริษัท สิริพัทยา จำกัด กับบริษัท แลนด์มาร์คโฮเต็ล จำกัด สัญญาเริ่ม 1 ตุลาคม 2530 สิ้นสุด 30 กันยายน 2560 ต่อมาเมื่อ 24 มกราคม 2543 ได้มีการจดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าจากบริษัท แลนด์มาร์คโฮเต็ล จำกัด ให้บริษัท ดุสิตธานี จำกัด สัญญา เริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2537 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2560 อนึ่ง ในเดือนมกราคม 2549 บริษัทได้ทำการต่อสัญญาเช่า ที่ดินล่วงหน้าเป็นเวลาอีก 10 ปี โดยได้ยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินฉบับเดิมและทำสัญญาเช่าฉบับใหม่ ซึ่งได้ทำการจดทะเบียน ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2549 สัญญาเช่าที่ดินฉบับใหม่มีอายุสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570

  • ภายใต้บริษัท ดุสิต ไทยพร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด (มหาชน) เป็นโรงแรมระดับสี่ดาว ภายใต้เครื่องหมายการค้า ดุสิตปริ๊นเซส ได้แก่

    • โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส เชียงใหม่ตั้งอยู่บริเวณถนนช้างคลาน จังหวัดเชียงใหม่ มีห้องพักจำนวน 198 ห้อง ให้บริการ ห้องพัก อาหารและเครื่องดื่ม ห้องประชุมและบริการจัดเลี้ยง

    • โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ตั้งอยู่บริเวณถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ มีห้องพักจำนวน 198 ห้อง ให้บริการ ห้องพัก อาหารและเครื่องดื่ม ห้องประชุมและบริการจัดเลี้ยง

    • โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส โคราชตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา มีห้องพักจำนวน 186 ห้อง ให้บริการห้องพัก อาหารและ เครื่องดื่ม ห้องประชุมและบริการจัดเลี้ยง มีสปาในเครือโรงแรมดุสิตปริ๊นเซส ภายใต้ชื่อ “น้ำสปา” ทั้งนี้ ได้ขายกิจการ ให้กับบริษัท อิมพิเรียล นครราชสีมา จำกัด และบริษัท ทรัพย์ อิมพิเรียล โคราช จำกัด เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2560
  • ภายใต้ Philippine Hoteliers, Inc.
    เป็นบริษัทที่จัดตั้งในประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าของและประกอบกิจการโรงแรมดุสิตธานี มะนิลา ตั้งอยู่กลางกรุงมะนิลา ในเขต Makati City มีห้องพักจำนวน 500 ห้อง แบ่งเป็น ห้อง Deluxe 209 ห้อง Premier Room 136 ห้อง Club Premier 74 ห้อง Junior Suite 12 ห้อง Deluxe Suite 6 ห้อง Grand Room 20 ห้อง Premier Executive Suite 10 ห้อง Club Executive Suite 30 ห้อง Ambassador Suite 2 ห้อง Presidential Suite 1 ห้อง นอกจากนี้ยังให้บริการด้านอาหารและ เครื่องดื่ม ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุมและสัมมนา และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น สระว่ายน้ำ ศูนย์บริหารร่างกายชื่อ “DFiT” สถานบริการสขุ ภาพ (Spa) ชื่อ “เทวารณัย์ สปา ” ร้านค้าย่อยขายสินค้าพื้นเมือง และของที่ระลึก ร้านขายขนมเบเกอรีชื่อ “Dusit Gourmet” บริการรถ Limousine ระหว่างโรงแรมและสนามบิน บริการจัดทัวร์นอกสถานที่ บริการรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ บริการรับเลี้ยงเด็กทารก บริการตัดผม บริการซักอบรีด รับส่งไปรษณีย์ ให้บริการโทรศัพท์ บริการดูแลรถ (Valet Service) บริการ ทางการแพทย์ (Medical Clinic) เป็นต้น


  • ภายใต้ DMS Property Investment Private Limited

    เป็นบริษัทที่จัดตั้งในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ เป็นเจ้าของและประกอบกิจการโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ ตั้งอยู่ที่เกาะ Mudhdhoo สาธารณรัฐมัลดีฟส์ มีวิลล่า จำนวน 94 วิลล่า แบ่งเป็น Beach Villa 19 หลัง Beach villa with pool 10 หลัง Beach Villa Deluxe with pool 7 หลัง Water Villa with pool 29 หลัง Ocean Villa with pool 20 หลัง Two-Bedroom Family Beach Villa 5 หลัง Two-Bedroom Ocean Pavilion 2 หลัง Two-Bedroom Beach Residence 2 หลัง

    นอกจากนี้ ยังให้บริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น สระว่ายน้ำ ศูนย์กีฬาทางน้ำ ศูนย์ออกกำลังกาย (Guest Gym) สถานบริการสุขภาพ (Spa) ชื่อ “เทวารัณย์ สปา” ร้านค้าสำหรับพนักงาน ร้านค้าอัญมณี และร้านค้าย่อยขายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก บริการสายการบินภายในประเทศระหว่างสนามบิน Male และ Dharvandhooh (สนามบินภายในประเทศ) บริการเครื่องบินน้ำ (Seaplane) ระหว่างสนามบิน Male และโรงแรม

  • ธุรกิจโรงแรมที่อยู่ภายใต้ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธาน

    เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2553 ได้มีการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (“DTCPF”) โดย ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2553 บริษัทได้ลงทุนในกองทุนรวมโดยถือหน่วยลงทุนร้อยละ 30.02 ต่อมา ที่ประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DTCPF) ครั้งที่ 1/2560 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2560 ได้มีมติอนุมัติ การแปลงสภาพกองทุนรวม DTCPF เป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (“DREIT”) และเริ่ม ซื้อขายหน่วยลงทุน DREIT วันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2560 ทั้งนี้ โรงแรมที่อยู่ ภายใต้ DREIT มี 3 แห่ง ซึ่งมีบริษัท ดุสิต แมนเนจเม้นท์ จำกัด เป็นบริษัทย่อยของบริษัท โดยบริษัทถือหุ้นร้อยละ 99.99 โดย บริษัทดังกล่าวได้เช่าโรงแรม 3 แห่ง ได้แก่ โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต โรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่ และโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จากกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานีมาเพื่อดำเนินการ

    • โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต ตั้งอยู่ที่อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เป็นโรงแรมตกแต่งแบบไทยร่วมสมัยมีห้องพักจำนวน 225 ห้อง ให้บริการห้องพัก อาหารและเครื่องดื่ม ห้องประชุมและการจัดงานสำหรับแขก ผู้เข้าพักในโรงแรม
    • โรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณถนนช้างคลาน จังหวัดเชียงใหม่ มีห้องพักทั้งสิ้น 130 ห้อง ภายใต้บรรยากาศ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นไทย
    • โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน (สิทธิการเช่า) ตั้งอยู่ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นโรงแรมแบบรีสอร์ท มีห้องพักจำนวน 296 ห้อง ให้บริการห้องพัก อาหารและเครื่องดื่ม ห้องประชุมและการจัดงานสำ หรับแขกผู้เข้าพักในโรงแรม และ แขกทั่วไป
ธุรกิจรับบริหารโรงแรม

โรงแรมและรีสอร์ทที่รับบริหาร มีดังนี้

  1. “ดุสิตธานี”

    โรงแรมระดับ 5 ดาว ภายใต้ชื่อ “ดุสิตธานี” ธุรกิจดังกล่าวรวมถึงการให้ใช้ชื่อ เครื่องหมายการค้า “ดุสิตธานี” (Licensing) ภายใต้การควบคุมมาตรฐานการให้บริการของบริษัท โดยสัญญา รับจ้างบริหารโรงแรมและสัญญาการให้ ใช้ชื่อเครื่องหมายการค้าภายใต้ชื่อ “ดุสิตธานี” ทั้งหมดอยู่ภายใต้ บมจ. ดุสิตธานี

    โรงแรมและรีสอร์ทชั้นหนึ่ง ที่เน้นความหรูหรา มีระดับ
    พร้อมด้วยบริการที่ครบครัน ประณีต และงดงามอย่างไทย

    ดุสิตธานีเป็นแบรนดห์หลักของดุสิต มอบสิ่ง อำนวยความสะดวกที่เหนือระดับ พร้อมการบริการและการตกแต่งที่แสดงถึงประเพณี และวัฒนธรรมของไทย

    โรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิตธานี ตั้งอยู่ใกล้กับย่านใจกลางธุรกิจและสถานที่สำคัญต่างๆ ของจุดหมายปลายทางแต่ละแห่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่เหนือระดับไว้ให้บริการอย่างพร้อมสรรพสำหรับทุกโอกาส รวมทั้งงานฉลองพิเศษและกิจกรรม ทางธุรกิจและงานสังคมที่สำคัญ

    ปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ทภายใต้ชื่อตราดุสิตธานี มีดังนี้

    • โรงแรม ดุสิตธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย
    • โรงแรม ดุสิตธานี หัวหิน ประเทศไทย
    • โรงแรม ดุสิตธานี พัทยา ประเทศไทย
    • โรงแรม ดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต ประเทศไทย (2)
    • โรงแรม ดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท ประเทศไทย (3)
    • โรงแรม ดุสิตธานี มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
    • โรงแรม ดุสิตธานี มัลดีฟส์ สาธารณรัฐมัลดีฟส์
    • โรงแรม ดุสิตธานี ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
    • โรงแรม ดุสิตธานี อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
    • โรงแรม ดุสิตธานี เลควิว ไคโร ประเทศอียิปต์
    • โรงแรม ดุสิตธานี กวม รีสอร์ท สหรัฐอเมริกา
    • โรงแรม ดุสิตธานี ตงไถ่ เจียงซู ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตธานี ฟูดู ชิงเฟิ่ง ฉางโจว ประเทศจีน

  2. “ดุสิตเดวาราณา”

    ดุสิตเดวาราณา มอบความมีชีวิตชีวาและโดดเด่นด้วยรสนิยมชั้นเลิศสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม โดยนำมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าผสานกับการบริการที่เป็นเลิศเพื่อส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่หรูหราและมีความเป็นส่วนตัว จึงเหมาะสำหรับการหลีกหนีจากโลกอันสับสนวุ่นวายเพื่อมาเติมเต็มความสดชื่นและฟื้นฟูพลังให้แก่จิตใจ

    โรงแรมและรีสอร์ทชั้นเลิศ ในเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ที่เน้นความพิถีพิถัน
    และให้ความเป็นส่วนตัวถึงที่สุดแก่แขกผู้มาเยือน

    ดุสิตเดวาราณา โรงแรมหรูที่ส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษด้วยการบริการที่เหนือระดับพร้อมความเป็นส่วนตัว สำหรับนักเดินทาง ที่มีความพิถีพิถัน

    ปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ทภายใต้ชื่อตราดุสิตเดวาราณา มีดังนี้

    • โรงแรม ดุสิตเดวาราณา ฮอท สปริง แอนด์ สปา ฉงฮั่ว กวางโจว ประเทศจีน

  3. “ดุสิตดีทู”

    เป็นโรงแรมร่วมสมัยที่ผสมผสานระหว่างการออกแบบที่ทันสมัย เทคโนโลยีแห่งอนาคตความสะดวกสบาย และบริการอย่างชาญฉลาด เพื่อตอบสนองความต้องการและเป็นแรงบันดาลใจให้กับ นักเดินทางรุ่นใหม่ในปัจจุบัน

    โรงแรมและรีสอร์ทระดับบนที่ทันสมัย และสดใสอย่างมีสไตล์
    เหมาะกับนักเดินทางในยุคปัจจุบันที่ต้องการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีตลอดเวลา

    ดุสิตดีทู ตั้งอยู่ในทำเลสำคัญที่เป็นย่านธุรกิจการค้าและย่านบันเทิงหลัก ที่พักของดุสิตดีทูล้วนแต่เป็นจุดหมายอันพึงปรารถนา ที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ให้ความตื่นตาตื่นใจและความรื่นรมย์ ดุสิตดีทู คือสถานที่เพื่อการพบปะสังสรรค์ ภายใต้ ความคลาสสิคแบบใหม่ในยุคสมัยปัจจุบัน เป็นสถานที่ที่มอบบรรยากาศแห่งความร่วมสมัย ความหรูหราในสไตล์สบายๆ และ มนต์สะกดที่เปี่ยมด้วยสีสัน

    ปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ทภายใต้ชื่อตราดุสิตดีทู มีดังนี้

    • โรงแรม ดุสิตดีทู เชียงใหม่ ประเทศไทย (2)
    • โรงแรม ดุสิตดีทู เขาใหญ่ ประเทศไทย
    • โรงแรม ดุสิตดีทู ฟูดู บินฮู ฉางโจว ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตดีทู โฮเต็ล คอนสแตนซ์ พาซาดีน่า สหรัฐอเมริกา
    • โรงแรม ดุสิตดีทู ไนโรบี ประเทศเคนยา
    • โรงแรม ดุสิตดีทู เคนซ์ ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (5)

  4. “ดุสิตปริ๊นเซส”

    โรงแรมระดับกลางมาตรฐานสากลที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นของตนเองภายใต้บรรยากาศที่สะท้อนถึง ย่านที่เป็นทำเลที่ตั้งของโรงแรม ผสานกับการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเอง รวมทั้งการจัดพื้นที่ใช้สอยที่มีประสิทธิภาพ จึงเหมาะ อย่างยิ่งสำหรับนักเดินทางที่เรียบง่าย

    โรงแรมและรีสอร์ทที่เน้นความคุ้มค่า สะดวกครบครันเป็นกันเอง
    สำหรับนักเดินทางและนักธุรกิจทั่วไป

    ดุสิตปริ๊นเซส นำเสนอความคุ้มค่า และตอบสนองความต้องการหลักของตลาด ซึ่งเป็นกลุ่มนักเดินทางที่แสวงหาความเรียบง่าย สะดวกสบาย สะอาด และการต้อนรับที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

    ปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ทภายใต้ชื่อตราดุสิตปริ๊นเซส มีดังนี้

    • โรงแรม ดุสิตปริ๊นเซส เชียงใหม่ ประเทศไทย
    • โรงแรม ดุสิตปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย
    • โรงแรม ดุสิตปริ๊นเซส รีสอร์ท พานจือหัว เสฉวน ประเทศจีน

  5. “โรงแรมและรีสอร์ทในเครือ”
    • โรงแรมดุสิต ไอส์แลนด์ รีสอร์ท เชียงราย ประเทศไทย (3)
    • โรงแรม ปทุมวันปริ๊นเซส ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค กรุงเทพฯ ประเทศไทย (6)
    • โรงแรม รอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ ประเทศไทย (6)
    • ดุสิตเรสซิเด้นซ์ ดูไบ มารีน่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (5)

    โรงแรมและรีสอร์ทที่กำลังจะเปิดในอนาคต มีดังนี้

    • โรงแรม ดุสิตธานี บรู๊ควอเตอร์ ประเทศออสเตรเลีย
    • โรงแรม ดุสิตธานี บาลาพิทิยา ประเทศศรีลังกา
    • โรงแรม ดุสิตธานี คัมรานห์ ประเทศเวียดนาม
    • โรงแรม ดุสิตธานี ฟูซุ่น เหลียวหนิง ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตธานี ฝูโจว ฝูเจี้ยน ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตธานี ฮุ่ยโจว กวางตุ้ง ประเทศจีน(4)
    • โรงแรม ดุสิตธานี เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย
    • โรงแรม ดุสิตธานี ลากูน่า ประเทศสิงคโปร์
    • โรงแรม ดุสิตธานี รูบิ ไอซ์แลนด์ ประเทศฟิลิปปินส์
    • โรงแรม ดุสิตธานี พาราไดซ์ ซาฟารี ปาร์ค โฮเต็ล แอนด์ คาสิโน ไนโรบี ประเทศเคนยา
    • โรงแรม ดุสิตธานี พานจือหัว เสฉวน ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตธานี ชิงหยวน กวางตุ้ง ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตธานี เรสซิเด้นซ์ ดาเวา ประเทศฟิลิปปินส์ (3)
    • โรงแรม ดุสิตธานี เรสซิเด้นซ์ มัสลัก อิสตันบูล ประเทศตุรกี
    • โรงแรม ดุสิตธานี ซามาร่า ซูสส์ ประเทศตูนิเซีย
    • โรงแรม ดุสิตธานี เส้าซิง ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตธานี สุ้ยหนิง เสฉวน ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตธานี ซูโจว เจียงซู ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตธานี โซฮวง ชางดอง ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตธานี ชาเป่ย เซียงไฮ้ ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตธานี หนานจิง ประเทศจีน (4)
    • โรงแรม ดุสิตธานี ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์
    • โรงแรม ดุสิตธานี แอดดิส อาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย
    • โรงแรม ดุสิตธานี หิมาลายา รีสอร์ทแอนด์สปา ประเทศเนปาล
    • โรงแรม ดุสิตธานี มัคตัน เซบู ประเทศฟิลิปปินส์
    • โรงแรม ดุสิตธานี เซียงไฮ้ จิงอาน ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตธานี วานฟู อานฮุย ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตเดวาราณา ไฮกู ไห่หนาน ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตเดวาราณา จูโจว หูหนาน ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตเดวาราณา หุ้ยโจว กวางตุ้ง ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตเดวาราณา มัลดีฟส์ สาธารณรัฐมัลดีฟส์
    • โรงแรม ดุสิตดีทู แจ้งวัฒนะ ประเทศไทย
    • โรงแรม ดุสิตดีทู หัวหิน ประเทศไทย
    • โรงแรม ดุสิตดีทู ภูเก็ต อารียา ประเทศไทย
    • โรงแรม ดุสิตดีทู ดาร์บี้ฉาน อานฮุย ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตดีทู ดาเวา ประเทศฟิลิปปินส์
    • โรงแรม ดุสิตดีทู คูต้า บีช บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
    • โรงแรม ดุสิตดีทู ปาล์ม มอลล์ มัสกัต ประเทศโอมาน
    • โรงแรม ดุสิตดีทู พูนาคา ประเทศภูฏาน
    • โรงแรม ดุสิตดีทู เรสซิเด้นซ์ อัลมาซซา อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (5)
    • โรงแรม ดุสิตดีทู เรสซิเด้นซ์ เซบู ซิตี้ ประเทศฟิลิปปินส์
    • โรงแรม ดุสิตดีทู เรสซิเด้นซ์ ย่างกุ้ง ประเทศพม่า
    • โรงแรม ดุสิตดีทู ซัลวา โดฮา ประเทศกาตาร์
    • โรงแรม ดุสิตดีทู โซไซตี ฮิลล์ เทียนจิน ประเทศจีน (4)
    • โรงแรม ดุสิตดีทู สุ้ยหนิง เสฉวน ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตดีทู ซันเซ็ท โร๊ด บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
    • โรงแรม ดุสิตดีทู ทิมพู ประเทศภูฏาน
    • โรงแรม ดุสิตดีทู เดอะฟอร์ท มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
    • โรงแรม ดุสิตดีทู อูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย
    • โรงแรม ดุสิตดีทู หวุง เถ่า ประเทศเวียดนาม
    • โรงแรม ดุสิตดีทู เวฟ ซานฮวน ประเทศฟิลิปปินส์
    • โรงแรม ดุสิตดีทู ซิตี้ เซนเตอร์ บาห์เรน ประเทศบาห์เรน
    • โรงแรม ดุสิตดีทู เรสซิเด้นซ์ ฮุ่ยโจว กวางตุ้ง ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตปริ๊นเซส เชียงราย ประเทศไทย
    • โรงแรม ดุสิตปริ๊นเซส เซบู ซิตี้ ประเทศฟิลิปปินส์
    • โรงแรม ดุสิตปริ๊นเซส ธากา ประเทศบังกลาเทศ (3)
    • โรงแรม ดุสิตปริ๊นเซส เจียงอิน เจียงซู ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตปริ๊นเซส ฟู้โกว๊ก ประเทศเวียดนาม (3)
    • โรงแรม ดุสิตปริ๊นเซส เรสซิเด้นซ์ ซูหุย เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิตปริ๊นเซส ลิจาส ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (5)
    • โรงแรม ดุสิตปริ๊นเซส ฝูโจวประเทศจีน
    • โรงแรม ดุสิต โฮเต็ล แอนด์ สวีท โดฮา ประเทศกาตาร์

    หมายเหตุ :

    (1)เป็นสิทธิการเช่าภายใต้ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี

    (2)เป็นโรงแรมภายใต้ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี

    (3)เป็นโรงแรมภายใต้สัญญาการให้ใช้ชื่อเครื่องหมายการค้า ของ บมจ. ดุสิตธานี

    (4)เป็นโรงแรมภายใต้สัญญาการให้ใช้ชื่อเครื่องหมายการค้า ของ บจ. Dusit Fudu Hotel Management (Shanghai) Co., Ltd.

    (5)เป็นโรงแรมภายใต้สัญญาการให้ใช้ชื่อเครื่องหมายการค้า ของ บ. ดุสิต โอเวอร์ซีส์

    (6)เป็นโรงแรมภายใต้สัญญาการให้ใช้ชื่อเครื่องหมายการค้า บมจ. ดุสิต ไทยพร็อพเพอร์ตี้ส์

2. ธุรกิจด้านการศึกษา

เพื่อให้ทรัพยากรบุคคลมีการพัฒนาและเติบโตอย่างมั่นคง และเป็นการเตรียมบุคลากรที่มีคุณภาพ สำหรับรองรับการขยายตัว ของโรงแรมกลุ่มดุสิตธานีและอุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการทั่วโลก บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) จึงได้จัดตั้งฝ่ายการศึกษา ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นที่จะขยายธุรกิจด้านการศึกษาและการฝึกอบรมไปยังจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย และต่างประเทศที่มี โรงแรมดุสิตธานีตั้งอยู่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการผลิตแรงงานที่มีคุณภาพเข้าทำงานในโรงแรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรมในกลุ่มดุสิต ปัจจุบัน ธุรกิจด้านการศึกษาของกลุ่มได้รับการยอมรับและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจด้านการศึกษา ประกอบด้วย

วิทยาลัยดุสิตธานี

วิทยาลัยดุสิตธานี มีรากฐานมาจากโรงเรียนการโรงแรมดุสิตธานี ที่ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2536 ด้วยปณิธานของ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อผลิตบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในวิชาชีพด้านอุตสาหกรรมบริการอันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว โดยเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรภาคภาษาอังกฤษ จำนวน 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร ประกาศนียบัตรด้านการปฏิบัติการโรงแรม (Diploma in Hotel Operations) และหลักสตูรประกาศนียบัตรด้านศิลปะการประกอบ อาหาร (Professional Chef Diploma)

นับตั้งแต่เปิดดำเนินการสอนเป็นต้นมา โรงเรียนการโรงแรมดุสิตธานีได้มุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ และการจัดการเรียนการสอน อย่างมีคุณภาพทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้วยความทุ่มเทและความมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยว จนเป็นที่ยอมรับของสังคมโดยทั่วไป โรงเรียนการโรงแรม ดุสิตธานีจึงได้พัฒนาหลักสูตรด้านอุตสาหกรรมบริการในระดับปริญญาตรี เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม โดยได้รับอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัยให้จัดตั้งเป็นสถาบันอุดมศึกษา ชื่อ “วิทยาลัย ดุสิตธานี” เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2539

ปัจจุบันวิทยาลัยดุสิตธานี ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ให้เปิดสอนหลักสูตร ระดับปริญญาตรี และปริญญาโท ดังนี้

  • วิทยาลัยดุสิตธานี กรุงเทพฯ

    หลักสูตรระดับปริญญาตรี จำนวน 4 สาขาวิชา ได้แก่

    1. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและรีสอร์ท
    2. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร
    3. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยว
    4. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการไมซ์และอิเวนท์
    5. หลักสูตรการจัดการบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการบริการในธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม

    หลักสูตรระดับปริญญาตรี (หลักสูตรนานาชาติ) จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก่

    1. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและรีสอร์ท ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากโรงเรียน การโรงแรมโลซาน สวิตเซอร์แลนด์
    2. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะการประกอบอาหารและการจัดการภัตตาคาร (หลักสูตรปริญญาร่วมระหว่าง สถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ และวิทยาลัยดุสิตธานี)

    หลักสูตรระดับปริญญาตรี (เทียบโอนประสบการณ์) จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก่

    1. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและรีสอร์ท
    2. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร

    หลักสูตรระดับปริญญาโท จำนวน 1 สาขาวิชา ได้แก่

    1. หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต
  • วิทยาลัยดุสิตธานี ศูนย์การศึกษาเมืองพัทยา

    หลักสูตรระดับปริญญาตรี จำนวน 3 สาขาวิชา ได้แก่

    1. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและรีสอร์ท
    2. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร
    3. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการไมซ์และอิเวนท์

    นอกจากนี้ วิทยาลัยดุสิตธานียังได้เปิดสอนหลักสูตรฝึกอบรมและให้บริการวิชาการแก่ผู้ที่สนใจในอุตสาหกรรมบริการหลาย หลักสูตร เช่น หลักสูตรอุตสาหกรรมระยะสั้น 5 เดือน (Hospitality Access Program) หลักสูตรการประกอบอาหารไทย มืออาชีพ หลักสูตร Mini-MBA in Hospitality Management หลักสูตร Executive Program in Hotel Management ฯลฯ

    นอกจากการมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการและผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพแล้ว วิทยาลัยดุสิตธานียังมีส่วนในการสนับสนุนและ ช่วยเหลือสังคมในด้านพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ตลอดระยะเวลา 18 ปี ที่วิทยาลัยได้รับความไว้ วางใจจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน อนุญาตให้วิทยาลัยดุสิตธานีเป็นสถานที่ทดสอบฝีมือคนหางาน ในสาขาอาชีพ ธุรกิจบริการ จำนวน 5 สาขาวิชาชีพ ได้แก่ พนักงานประกอบอาหาร พนักงานผสมเครื่องดื่ม พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม พนักงานต้อนรับส่วนหน้า และพนักงานทำความสะอาด ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่ผ่านการทดสอบและไปประกอบอาชีพในต่างประเทศเป็น จำนวนมาก

    ปัจจุบันวิทยาลัยดุสิตธานี กรุงเทพฯ และศูนย์การศึกษาเมืองพัทยา ได้รับการรับรองเป็นองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของ บุคคลตามมาตรฐานอาชีพ จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ใน 2 สาขาวิชาชีพ ได้แก่

    1. สาขาวิชาชีพการท่องเที่ยว การโรงแรม ภัตตาคาร และร้านอาหาร สาขาผู้ประกอบอาหารไทย ประเภทอาหารคาว และ อาหารหวาน
    2. สาขาวิชาชีพกิจกรรมบริการเพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย สาขาให้บริการสปา
  • จากปณิธานและวิสัยทัศน์ของวิทยาลัยที่มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับและพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นสากล วิทยาลัยได้มี การลงนามทำความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ในด้านต่างๆ ดังนี้

    • ASO College Group, Japan - โครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและภาษาญี่ปุ่น ณ เมืองฟูกูโอกะ และการเปิด สอนภาษาญี่ปุ่นสำหรับบุคคลทั่วไป บุคลากร และนักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานี วิทยาลัยได้มีศูนย์ญี่ปุ่นศึกษาซึ่งจัดให้มี การสอนภาษาญี่ปุ่นโดยเชิญอาจารย์ชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการรับรองจาก ASO College Group มาสอนที่วิทยาลัยดุสิตธานี
    • Ecole Hôtelière de Lausanne, Switzerland - รับรองหลักสูตรปริญญาตรี (หลักสูตรนานาชาติ) บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการโรงแรมและรีสอร์ท
    • Le Cordon Bleu, France - หลักสูตรปริญญาตรีร่วม (หลักสูตรนานาชาติ) บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาศิลปะ การประกอบอาหารและการจัดการภัตตาคารระหว่างวิทยาลัยดุสิตธานี และสถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ
    • Lyceum of the Philippines University (Manila, Cavite, Batangas and Laguna) - วิทยาลัยดุสิตธานีดำรง ฐานะที่ปรึกษาทางด้านการศึกษา ควบคุมดูแลคุณภาพการเรียน การสอนและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้ได้มาตรฐาน จนประสบความสำเร็จ
    • The Hong Kong Polytechnic University, Hong Kong - มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งในเอเชีย และอันดับสองของ โลก โดยร่วมมือกันเปิดหลักสูตรระยะสั้นสำหรับผู้บริหารด้านการโรงแรม อาทิเช่น หลักสูตร “นวัตกรรม และการเป็น ผู้นำในอุตสาหกรรมบริการ” และหลักสูตร “การจัดงานประชุมและงานอิเว้นท์” รวมถึงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาในระดับ ปริญญาตรีระหว่างกัน
    • Tsuji Culinary Institute, Japan - ร่วมมือเปิดสอนหลักสูตรการประกอบอาหารญี่ปุ่น ต้นตำรับ สำหรับบุคคลทั่วไป และบรรจุเป็นวิชาเลือกสำหรับนักศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี
    • Gambero rosso, Italy - ร่วมมือเปิดสอนหลักสูตรการประกอบอาหารอิตาเลี่ยนสำหรับบุคคลทั่วไป และบรรจุเป็น วิชาเลือกสำหรับนักศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี
    • Bali international training and development centre, Indonesia - วิทยาลัยดุสิตธานีดำรงฐานะที่ปรึกษาด้านการบริหาร สถาบันการศึกษาด้านอุตสาหกรรมบริการ และมีแผนจะเปิดดำเนินการอบรมหลักสูตรระยะสั้นแก่บุคคลทั่วไปในอนาคต
    • Ecole de Savignac, France - มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านอุตสาหกรรมบริการได้ดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา ในระดับปริญญาตรีระหว่างกัน

นอกจากนี้วิทยาลัยยังได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ในด้านอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ อันดี และแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ อาทิ

การได้ร่วมมือกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพในการออกข้อสอบในสาขาวิชาการประกอบอาหารไทยเพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการทดสอบ รวมถึงการจัดอบรมให้กับกรมการท่องเที่ยวในเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานสมรรถนะอาเซียน นอกจากนี้วิทยาลัยดุสิตธานียังได้วางแผน ที่จะร่วมมือกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในการพัฒนาหลักสูตรความเป็นเลิศด้านการบริการให้กับบุคลากรของที่ให้บริการ แก่ผู้โดยสารชั้นหนึ่ง

นอกจากนี้วิทยาลัยยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในสถาบันที่มีชื่อเสียงด้านอุตสาหกรรมบริการ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในด้าน อุตสาหกรรมบริการให้ทันต่อสภาวการณ์ปัจจุบัน และนำความรู้ใหม่ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ในวิทยาลัยให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น สถาบันที่วิทยาลัยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก อาทิ

  • THE INTERNATIONAL COUNCIL ON HOTEL, RESTAURANT , AND INSTITUTE EDUCATION (ICHRIE)
  • THE ASIA PACIFIC COUNCIL ON HOTEL, RESTAURANT , AND INSTITUTE EDUCATION (APACCHRIE)
  • THE PACIFIC ASIA TRAVEL ASSOCIATION (PATA) – อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานีได้รับเชิญเป็นคณะกรรมการ Education Board ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2556 จนถึงปัจจุบัน
  • THE ASSOCIATION OF ASIA PACIFIC BUSINESS SCHOOL – ซึ่งวิทยาลัยดุสิตธานีเป็นสถาบันการศึกษา เอกชนแห่งแรกของประเทศไทยที่เข้าเป็นสมาชิก
  • THE THAILAND CONVENTION AND EXHIBITION BUREAU (TCEB)
  • THE THAILAND INTENSIVE AND CONVENTION ASSOCIATION (TICA)
  • THE INTERNATIONAL CENTER OF EXCELLENCE IN TOURISM AND HOSPITALITY EDUCATION (THE-ICE) – อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานีได้รับเลือกเป็น Director of the -ice bOARD วาระตั้งแต่ ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน
  • THE WORLD ASSOCIATION OF CHEFS’ SOCIETIES – ซึ่งวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของ ประเทศไทยที่ได้รับการรับรองคุณภาพการศึกษาในหลักสูตรการประกอบอาหาร

ในปี 2560 วิทยาลัยได้จัดงานประชุมทางวิชาการระดับนานาชาติ Dusit Gracious Hospitality and Tourism International Conference ในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ที่โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ ซึ่งมี ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมเสวนาถึงมุมมองที่แตกต่างและเปลี่ยนแปลงไปของอุตสาหกรรม บริการและการท่องเที่ยว รวมถึงการนำเสนอผลงานวิจัย

วิทยาลัยได้มุ่งมั่นพัฒนางานด้านวิจัย และนำผลงานวิจัยที่ได้รับหนังสือรับรองการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ และหนังสือสำคัญ แสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ชื่อผลงาน “การพัฒนาตำรับอาหารไทย ตามมาตรฐานของวิทยาลัยดุสิตธานี (The Development of Thai Food Recipes in Accordance with Dusit Thani College Standard)” จัดพิมพ์เป็นหนังสือตำราอาหารไทย มาตรฐานวิทยาลัยดุสิตธานี เพื่อเผยแพร่แก่สาธารณชนให้เป็นที่แพร่หลาย เป็นการ สืบทอดศิลปะการประกอบอาหารไทยให้คงไว้ตลอดไป ซึ่งในปีการศึกษา 2560 วิทยาลัยได้เริ่มดำเนินการพัฒนาตำรับอาหารไทย ตามมาตรฐานของวิทยาลัยดุสิตธานีเพิ่มเติม

นอกจากนี้ วารสารวิทยาลัยดุสิตธานีได้ผ่านการรับรองคุณภาพของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) เป็นวารสารกลุ่มที่ 1 ซึ่งมีเนื้อหาและรูปแบบที่เป็นมาตรฐานระดับสากล และจะถูกคัดเลือกเข้าสู่ฐานข้อมูล ASEAN Citation Index (ACI) ต่อไป

ในด้านกิจกรรมการแข่งขัน วิทยาลัยส่งนักศึกษาและบุคลากรเข้าร่วมการแข่งขันทางด้านวิชาการทั้งในและต่างประเทศ อาทิ

  1. การเข้าร่วมการแข่งขันการประกอบอาหารในงาน Hong Kong International Culinary Classic 2017 ณ เขตบริหาร พิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 8-11 พฤษภาคม 2560
  2. การเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขัน World Skills ครั้งที่ 44 ในสาขาการประกอบอาหาร ในวันที่ 14-19 ตุลาคม 2560 ที่เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งนักศึกษาจากวิทยาลัยดุสิตธานีได้รับเหรียญเงินในสาขาการประกอบ อาหาร และเป็นคนเดียวของประเทศไทยที่ได้รับเหรียญรางวัล

กว่า 24 ปีของความสำเร็จ วิทยาลัยดุสิตธานีได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาด้านอุตสาหกรรมบริการชั้นนำที่ ได้รับมาตรฐานระดับสากล ด้วยหลักสูตรการเรียนที่มีคุณภาพ ผนวกกับคณาจารย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ตรงสาขา และกิจกรรม เสริมทักษะต่างๆ ทำให้วิทยาลัยดุสิตธานีสามารถผลิตบัณฑิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้ความสามารถในทักษะทั้งทางด้านการปฏิบัติงาน และการบริหารจัดการ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ วิทยาลัยดุสิตธานีมีนักศึกษาทั้งสิ้นกว่า 3,447 คน และผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถสู่สังคมไปแล้ว 5,301 คน

วิทยาลัยดุสิตธานีตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ กรุงเทพฯ บนเนื้อที่ 12 ไร่ ประกอบด้วย อาคารเรียน 2 อาคาร มีพื้นที่ใช้สอยทั้งสิ้น 14,083 ตารางเมตร โดยมีห้องเรียน ห้องฝึกปฏิบัติ ห้องสาธิต และห้องครัวที่ทันสมัยและอุปกรณ์การเรียน การสอนครบครัน และในปี 2560 นี้วิทยาลัยได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงสถานที่ และเทคโนโลยี เพื่อให้ดูสวยงามและทันสมัยมากขึ้น

โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต

บริษัท เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต จำกัด จัดตั้งขึ้นโดยการร่วมทุนระหว่างบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กับ เลอ กอร์ ดอง เบลอ อินเตอร์เนชั่นแนล ภายใต้บริษัทร่วมทุนนี้ได้จัดตั้งโรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ขึ้น เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2550 โดยมีหลักสูตรและการเรียนการสอนที่ได้รับการรับรองจากกระทรวง ศึกษาธิการ ให้มีการเปิดสอนในระดับประกาศนียบัตร และระดับวุฒิบัตรในหลายหลักสูตร อาทิ หลักสูตรศิลปะการประกอบอาหาร คาวและขนมอบแบบฝรั่งเศส (หลักสูตรคลาสสิค ไซเคิล - Classic Cycle Programme) หลักสูตรวิชาการครัวไทย (Professional Thai Cuisine Programme) หลักสูตรวิชาการทำขนมปัง (The Art of Bakery) หลักสูตรความรู้เกี่ยวกับไวน์ (Wine Studies Course) และหลักสูตรระยะสั้นอีกมากมาย เพื่อตอบสนองการขยายตัวของภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ปัจจุบันมีผู้สนใจสมัคร เรียนทั้งในหลักสูตรประกาศนียบัตร และหลักสูตรวุฒิบัตรปีละกว่า 1,000-1,200 คน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนายกระดับคุณภาพ การศึกษา และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารและการบริการและผู้สนใจทั่วไป ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจและทักษะที่ดีเกี่ยวกับอาหาร ขนมอบ และเครื่องดื่ม โรงเรียนจึงมีการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อ นำเสนอหลักสูตรใหม่ๆ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้เรียนและตลาดที่เปลี่ยนแปลง เช่น หลักสูตรวิชาการครัวไทย (540 ชั่วโมง) และหลักสูตรวิชาการทำขนมปัง (240 ชั่วโมง) ได้เปิดรับนักเรียนรุ่นแรกเมื่อปี 2553 นอกจากนี้ยังมีเวิรค์ช็อปอาหารและขนม ตามเทศกาลต่างๆ อีกมากมาย รวมทั้งหลักสูตรความรู้เกี่ยวกับไวน์ที่ได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตและผู้นำเข้าไวน์ชั้นนำมาให้ ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวองุ่น การผลิต และความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับไวน์

อีกทั้ง การจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับองค์กรชั้นนำมากมาย โดยจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้น อาทิ เวิร์คช็อปการทำอาหารและ ขนมอบ อาหารไทย และเครื่องดื่มต่างๆ เพื่อกลุ่มลูกค้าและสมาชิก ซึ่งได้รับความสนใจและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง รวมทั้ง หลักสูตรหรือสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ด้านอาหาร ขนม และเครื่องดื่มอีกมากมาย เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ ทักษะความรู้ให้ผู้สนใจทั่วไป ผู้เรียน และศิษย์เก่าสามารถนำไปประยุกต์ในการประกอบอาชีพได้

ในปี 2557 โรงเรียนเปิดหลักสูตรสำหรับเยาวชน (Les Petit Cordon Bleus หรือ Le Cordon Bleu Dusit Young Chefs Cooking Program) และมุ่งปรับปรุงหลักสูตรเพื่อประโยชน์แก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังเป็นโอกาสในการพัฒนา ความสนใจและสานต่อความฝันของเด็กๆ ที่มีความชอบด้านการทำอาหาร เพื่อมุ่งสู่อาชีพเชฟต่อไป หลักสูตรเหมาะสำหรับเยาวชน อายุ ระหว่าง 8-11 ปี และ 12-15 ปี โดยเปิดอบรมในช่วงปิดภาคเรียนของโรงเรียนสามัญศึกษา โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนนานาชาติ

โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายสถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ ทั่วโลก ที่มีความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในการพัฒนาความรู้และเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสตลอดจนพัฒนาหลักสูตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ มี 35 สาขาในกว่า 20 ประเทศ ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกและมีการเปิดดำเนินการ สอนมายาวนานกว่า 122 ปี อีกทั้ง โรงเรียนยังได้รับรางวัลจากการได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 3 โรงเรียนสอนการประกอบ อาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย จากการประชุมสุดยอดของโลกทางด้านอาหาร (World Gourmet Summit) ปี 2552 ปี 2553 และ ปี 2554 ณ ประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งต่อมา โรงเรียนได้รับเกียรติจากงาน World Gourmet Summit โดยมีบริษัท อิเล็คทรอลักซ์ เป็นผู้สนับสนุน รับรางวัลชนะเลิศโรงเรียนสอนการประกอบอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย เมื่อปี 2557 ทั้งนี้ ในปี 2560 โรงเรียน ได้รับเกียรติอีกครั้ง โดยได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการพิจารณาในกลุ่ม “สถาบันการศึกษาด้านการโรงแรมและอาหารดีเด่นประจำปี (แห่งภูมิภาค)” (Hospitality Institution of the Year (Regional))

โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเพื่อรักษามาตรฐานการเรียนการสอน และความเป็นเลิศในการประกอบอาหาร เพื่อความเป็นสถาบันสอน การประกอบอาหารชั้นนำของประเทศไทย เพื่อตอบสนอง ความต้องการและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้เรียน ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี

รายละเอียดหลักสูตรที่เปิดสอน

  • หลักสูตรคลาสสิค ไซเคิล (Classic Cycle) เป็นหลักสูตรประกาศนียบัตร เปิดรับสมัครทั้งแบบหลักสูตรวันธรรมดา (Weekday Class) และหลักสูตรวันเสาร์ (Saturday Class)

    1. หลักสูตรการประกอบอาหารคาว (Diplôme de Cuisine)
    2. หลักสูตรการประกอบขนมอบ (Diplôme de Pâtisserie)
    3. หลักสูตรการประกอบอาหารคาวและขนมอบ (Grand Diplôme)
  • หลักสูตรวิชาการครัวไทย (The Professional Thai Cuisine Programme)
  • หลักสูตรการทำขนมปัง (The Art of Bakery)
  • หลักสูตรความรู้เกี่ยวกับไวน์ (Wine Studies Course)
  • หลักสูตรระยะสั้นต่างๆ (Culinary Discovery Programme (Short Courses))

โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ตั้งอยู่ที่ อาคารพาณิชย์ดุสิตธานี ชั้น 1 เลขที่ 946 ถนนพระราม 4 เขตบางรัก กรุงเทพฯ มีพื้นที่โดยประมาณ 2,000 ตารางเมตร โรงเรียนได้รับการออกแบบเป็นอย่างดีและมีเครื่องมือเครื่องใช้ ในการเรียนการสอนที่ทันสมัย โดยแบ่งเป็นห้องครัวประกอบอาหารคาว ห้องครัวประกอบอาหารหวาน ห้องครัวเอนกประสงค์ ห้องครัวประกอบอาหารนานาชาติ ห้องสาธิตประกอบอาหาร ห้องเรียนสำหรับหลักสูตรความรู้เกี่ยวกับไวน์ ห้องเรียนทำกาแฟ และ ห้องสมุด เป็นต้น

ศูนย์ความเป็นเลิศดุสิตธานี (Dusit Thani Excellence Centre หรือ DTEC)

เพื่อเป็นการขยายพื้นที่การให้บริการวิชาการแก่สาธารณชนให้มากขึ้นจากพื้นที่หลักของวิทยาลัยดุสิตธานี วิทยาลัยฯ ได้ทำการ ก่อตั้งศูนย์ความเป็นเลิศดุสิตธานี (DTEC) ขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 โดยการเช่าช่วงพื้นที่ประมาณร้อยละ 50 หรือประมาณ 3,473.75 ตารางเมตร ของพื้นที่ใช้สอยในอาคาร ตั้งอยู่เลขที่ 588/5 ถนนเพชรบุรี แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ซึ่ง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1 ไร่ 66 ตารางวา ประกอบด้วยอาคารเรียน 1 อาคาร จำนวน 7 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยทั้งสิ้น 6,947.5 ตารางเมตร โดยมีห้องเรียนห้องฝึกปฏิบัติ ห้องสาธิต และห้องครัวที่ทันสมัยและอุปกรณ์การเรียนการสอนครบครัน จากบริษัท ดุสิต เอ็กเซลเลนซ์ จำกัด เพื่อใช้ในงานบริการวิชาการสาธารณะในหลักสูตรระยะสั้นและการฝึกอบรมพนักงานองค์กรทั่วไป ตลอดจนใช้ เป็นฐานการทำวิจัยในโครงการต่างๆ ของทางวิทยาลัยฯ ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์และหลักสูตรต่อเนื่องต่อไปในอนาคต

Philippine Hoteliers International Center for Hospitality Education, Inc.
Philippine Hoteliers International Center for Hospitality Education, Inc. (PHI Education) ดำเนินธุรกิจด้าน การศึกษาจดทะเบียนบริษัทที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 โดยมีวิทยาลัย Dusit Hospitality Management College จะเปิดสอนวิชาชีพด้านการโรงแรมในระดับปริญญาตรีหลักสูตรสาขาการจัดการโรงแรม (Hospitality Management) และ หลักสูตรระยะสั้น ได้แก่ ศิลปะการประกอบอาหาร (Culinary Arts) และการดำเนินธุรกิจโรงแรม (Hotel Operations)

3. ธุรกิจอื่นๆ

โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสม (Mixed-Use Project)

โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสม เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัทย่อยและ บริษัทร่วม และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วย โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ แห่งใหม่ อาคารที่พักอาศัย ศูนย์การค้า และอาคารสำนักงาน มีมูลค่าลงทุนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 36,700 ล้านบาท โดยโครงการลงทุนนี้จะตั้งอยู่บนที่ดินซึ่ง บริษัทเช่ามาจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ขนาด 23 ไร่ 2 งาน 2.72 ตารางวา ณ บริเวณหัวมุมถนนสีลมและ ถนนพระราม 4 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  1. การเข้าร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประกอบด้วยการได้มาซึ่งสิทธิการเช่าที่ดิน การก่อสร้างและพัฒนา โรงแรม อาคารที่พักอาศัย และโครงสร้างอาคารศูนย์การค้าผ่านบริษัท วิมานสุริยา จำกัด
  2. การเข้าร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาอาคารศูนย์การค้าผ่านบริษัท สวนลุม พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
  3. การเข้าร่วมลงทุนในโครงการอาคารสำนักงานผ่านบริษัท ศาลาแดง พร็อพเพอร์ตี้ แมนเนจเม้นท์ จำกัด โดยมีบริษัท พระราม 4 เดเวลอปเม้นท์ จำกัด รับโอนสิทธิการเช่าที่ดินสำหรับโครงการอาคารสำนักงานมาจากบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) และบริษัท ศาลาแดง พร็อพเพอร์ตี้ แมนเนจเม้นท์ จำกัด เช่าช่วงที่ดินต่อจากบริษัทพระราม 4 เดเวลอปเม้นท์ จำกัด

ในการลงทุนในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสม เป็นการใช้พื้นที่เช่าเดิมที่บริษัทได้ทำสัญญาเช่าที่จากสำนักงาน ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไว้ ฉบับลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2511 ที่ดินเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ 3 งาน 67.84 ตารางวา มีอายุ สัญญาเช่า 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2516 ซึ่งครบกำหนดวันที่ 31 มีนาคม 2546 และสามารถต่อสัญญาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 15 ปี โดยจะต้องตกลงค่าเช่ากันใหม่ ซี่งบริษัทได้ลงนามต่อสัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคารครั้งที่ 1 โดยมีระยะเวลา 15 ปี นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2546 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 บนที่ดิน 18 ไร่ 1 งาน 28.20 ตารางวา ซึ่งต่อมา บริษัทสละสิทธิตาม สัญญาเช่าที่ดินเดิมและสละสิทธิในการต่ออายุสัญญาเช่าที่ดินเดิมดังกล่าว เพื่อลงนามในสัญญาเช่าฉบับใหม่ กับสำนักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 30 ปี ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2559 บนพื้นที่ 23 ไร่ 2 งาน 2.72 ตารางวา (ที่ดิน เช่าเพิ่มเติมจากเดิม 18 ไร่ 1 งาน 28.20 ตารางวา อีกจำนวน 5 ไร่ 0 งาน 74.52 ตารางวา ที่เคยเป็นที่ตั้งของอาคารโอลิมเปีย และอาคารไทยประกันชีวิตและตึกแถว 9 ห้อง)

โครงการดังกล่าวถือเป็นการต่อยอดธุรกิจโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจหลัก กระจายความเสี่ยง เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และยังช่วย เสริมสร้างดุสิตธานีให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เนื่องจากโครงการแห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การดำรงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย และยังเป็นการ ใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ สามารถเอื้อประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวและประชาชนผู้มาเยือนทั่วไป เนื่องจากพื้นที่ตรงนี้เป็น จุดศูนย์กลางของเมืองอย่างแท้จริง เป็นทั้งจุดศูนย์กลางทางธุรกิจและจุดศูนย์กลางที่เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนหลักของกรุงเทพฯ ทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เป็นย่านของที่พักอาศัยของผู้มีรายได้ระดับบน ตลอดจนอยู่ตรงข้ามกับสวนลุมพินี พื้นที่ สีเขียวขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าโครงการนี้จะกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เหมือนที่โรงแรมดุสิตธานี เคยได้สร้างประวัติศาสตร์เอาไว้เมื่อ 48 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ดุสิต ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้าง โครงการในช่วงปลายปี 2562 และจะแล้วเสร็จทั้งโครงการปลายปี 2566 ถึงกลางปี 2567

ทั้งนี้ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ แห่งเดิมยังคงเปิดให้บริการอยู่จนถึงวันที่ 5 มกราคม 2562 ซึ่งเลื่อนจากกำหนดการเดิม ที่วางแผนว่าจะยุติการให้บริการในเดือนเมษายน 2561 เพื่อที่บริษัทจะได้มีเวลาพิจารณาปัจจัยแวดล้อมและให้เวลากับการลง รายละเอียดในส่วนของการออกแบบและการพัฒนาโครงการมากขึ้นด้วยความรอบคอบ ใส่ใจ และพิถีพิถันในรายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้การออกแบบโครงการนี้ตอบโจทย์ความต้องการทั้งด้านงานอนุรักษ์และนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นการทำพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ เพื่อให้กลมกลืนกับพื้นที่สีเขียวของสวนลุมพินี การเชื่อมจราจรทุกระนาบเข้าไว้ด้วยกันทั้งในส่วนของการจราจรใต้ดิน บนดิน หรือ ลอยฟ้า เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรหนาแน่นในย่านนี้

ปัจจุบันโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสมอยู่ระหว่างการดำเนินการรื้อถอนอาคารสำนักงานและอาคารพาณิชย์ที่อยู่ บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ที่ได้รับเพิ่มเติม ซึ่งอยู่ติดกับอาคารสำนักงานและอาคารจอดรถของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์ รีท

ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้จัดการกองทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT) โดยรายได้หลักของบริษัทมาจากค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการกองทรัสต์ และ ค่าธรรมเนียมในการได้มาจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินของกองทรัสต์

อนึ่ง ปัจจุบันทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี มีการเข้าลงทุนในโครงการโรงแรมดังนี้

  • โรงแรมดุสิตธานี ลากูน่า ภูเก็ต ตั้งอยู่ที่อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เป็นโรงแรมตกแต่งแบบไทยร่วมสมัยมีห้องพักจำ นวน 225 ห้อง ให้บริการห้องพัก อาหารและเครื่องดื่ม ห้องประชุมและการจัดงานสำหรับแขกผู้เข้าพักในโรงแรม
  • โรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณถนนช้างคลาน จังหวัดเชียงใหม่ มีห้องพักทั้งสิ้น 130 ห้อง ภายใต้บรรยากาศ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นไทย
  • โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน (สิทธิการเช่า) ตั้งอยู่ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นโรงแรมแบบรีสอร์ท มีห้องพักจำนวน 296 ห้อง ให้บริการห้องพัก อาหารและเครื่องดื่ม ห้องประชุมและการจัดงานสำหรับแขกผู้เข้าพักในโรงแรม และ แขกทั่วไป
สถานบริการด้านสุขภาพ (สปา)

ธุรกิจสปา อยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด มหาชน โดยดำเนินกิจการด้านสปาเพื่อสุขภาพ เปิดดำเนินการ ในประเทศไทยจำนวน 4 แห่ง และในต่างประเทศจำนวน 7 แห่ง ดังนี้

ธุรกิจสปาในประเทศไทยมีจำนวน 4 แห่ง ได้แก่

  1. เทวารัณย์ สปา กรุงเทพฯ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
  2. เทวารัณย์ สปา พัทยา โรงแรมดุสิตธานี พัทยา
  3. เทวารัณย์ สปา หัวหิน โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน
  4. เทวารัณย์ สปา เชียงใหม่ โรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่

ธุรกิจสปาในต่างประเทศมีจำนวน 7 แห่ง ได้แก่

  1. เทวารัณย์ สปา มะนิลา โรงแรมดุสิตธานี มะนิลา
  2. เทวารัณย์ สปา มัลดีฟส์ โรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์
  3. เทวารัณย์ สปา ไนโรบีโรงแรมดุสิตดีทู ไนโรบี
  4. เทวารัณย์ สปา กวม โรงแรมดุสิตธานี กวม
  5. เทวารัณย์ สปา ไคโร โรงแรมดุสิตธานี เลควิว ไคโร
  6. เทวารัณย์ สปา ฉงฮั่ว โรงแรมดุสิตเดวาราณา ฮอท สปริง แอนด์ สปา ฉงฮั่ว กวางโจว
  7. เทวารัณย์ สปา ตงไถ โรงแรมดุสิตธานี ตงไถ เจียงซู

ในด้านผลิตภัณฑ์ เทวารัณย์สปา มุ่งเน้นการกลับคืนสู่ธรรมชาติ จึงได้คัดสรรสมุนไพรและน้ำมันหอมระเหยหลากหลายชนิด มาผสมผสานให้เป็นผลิตภัณฑ์ถนอมผิวในแบบเฉพาะของเทวารัณย์ เช่น น้ำมันนวด แชมพู สบู่ เจลอาบน้ำและครีมบำรุงผิว โดยเน้น ความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ปราศจากสารพิษและสารเคมีสังเคราะห์ เช่น สารกันเสีย และ ซีลิโคน เป็นต้น จึงมีความอ่อนโยน และไม่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของพืชสมุนไพร เทวารัณย์สปาได้คัดสรรพืชสมุนไพร ที่ปลูกในแบบออร์แกนิคให้มากที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูก รวมถึงกระบวนการผลิตทั้งหมด

นอกจากนี้ เทวารัณย์ สปา ยังได้เลือกใช้เวชสำอางที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากประเทศฝรั่งเศสอย่าง Algotherm มาเป็น ส่วนสำคัญในการดูแลผิวหน้า ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเวชสำอางที่มีส่วนผสมหลักจากท้องทะเล มาตั้งแต่ปี 2505 และได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์สปายอดเยี่ยมจากนิตยสาร Asia Spa ในปี 2552

สำหรับการบริการ เทวารัณย์ สปา มีพนักงานนวดที่มีประสบการณ์และความชำนาญคอยให้บริการ ทรีตเม้นต์ที่มีให้เลือก หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการนวดแบบต่างๆ เช่น นวดแบบเทวารัณย์ ซึ่งเป็นการนวดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเทวารัณย์ นวดแบบ สวีดิช นวดแบบอายุรเวท การนวดแบบผสมผสานทั้งแบบตะวันตกและแบบตะวันออก รวมไปถึงทรีตเม้นต์เพื่อการดูแลสุขภาพผิว เช่น ทรีตเม้นต์เพื่อการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก การอบไอน้ำด้วยสมุนไพรไทย เมนูขัดผิวและการพอกผิว นอกจากนี้ยังมี โปรแกรมสปาต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้แก่ผู้มาใช้บริการอย่างสูงสุด

น้ำ สปา

เป็นสถานบริการด้านสุขภาพ (สปา) สำหรับโรงแรมระดับ 4-5 ดาว โดยกรอบความคิดของน้ำ สปา เน้นถึงความเรียบง่าย และความไม่ซับซ้อนของการตกแต่งและการบริการ มีจำนวน 1 แห่ง ได้แก่ น้ำ สปา อาบูดาบี โรงแรมดุสิตธานี อาบูดาบี

ธุรกิจให้เช่าสำนักงาน
บมจ. ดุสิตธานี ดำเนินธุรกิจอาคารพาณิชย์ให้เช่าเป็นสำนักงาน โดยอาคารตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วน พระมหากษัตริย์ ติดกับอาคารของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เป็นอาคารสำนักงานขนาด 11 ชั้น ผู้เช่าเป็นบริษัทต่างๆ ทั้งจาก ประเทศไทยและต่างประเทศ โดยมีพื้นที่ภายในอาคารทั้งหมด 13,245.54 ตารางเมตร และพื้นที่ชั้นใต้ดิน 336 ตารางเมตร
เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ

บริษัทได้วางแผนกลยุทธ์ระยะยาว 9 ปี (ปี 2559 - 2568) เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ดังนี้

  1. การสร้างความสมดุลของรายได้ (Balance) เพื่อเพิ่มสัดส่วนของธุรกิจในต่างประเทศเป็นร้อยละ 50 ขณะเดียวกันจะสร้างสมดุล การพัฒนาธุรกิจระหว่างการลงทุนสร้างโรงแรมเอง (Capital investment) กับรับจ้างบริหารโรงแรม (Asset light) เพื่อลดเงิน ลงทุนและเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์
  2. การเพิ่มความหลากหลายของประเภทธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยง (Diversify) โดยตั้งเป้ารายได้จากการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ในสัดส่วนร้อยละ 10 ของรายได้รวม
  3. การเติบโตของธุรกิจ (Expand) โดยขยายจำนวนห้องพักเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 14,000 ห้องภายในปี 2564

ด้วยเป้าหมายดังกล่าว ปี 2559-2561 จึงเป็นช่วงที่มีความสำคัญมากที่สุด เป็นช่วงเวลาที่บริษัทให้ความสำคัญกับ “การเสริมสร้างรากฐานของบริษัทให้แข็งแกร่ง” (Strengthening Foundations) เป็นช่วงเวลาในการวางทิศทางและกลยุทธ์เพื่อการเติบโตของกลุ่มบริษัท จัดทำวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมให้สอดคล้องกับทิศทางใหม่ขององค์กร โดยให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐาน 5 ประการ ได้แก่

  1. บุคลากร (People) เน้นในเรื่องการสร้างวัฒนธรรมองค์กร กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ที่มองไปข้างหน้า ตลอดจนกำหนดพันธกิจและค่านิยมองค์กรให้ชัดเจน บริษัทได้ลงทุนด้านการฝึกอบรมให้พนักงานเข้าใจในเรื่องของวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมองค์กรใหม่ เพื่อให้พนักงานสามารถปฎิบัติงานตามมาตรฐานของดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อสร้างความโดดเด่นและความแตกต่างให้แก่แบรนด์ของบริษัท นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ตลอดจนสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาเสริมทีมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตและการสร้างความหลากหลายของธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น
  2. กระบวนการทำงาน (Process) ต้องมีประสิทธิภาพ เป็นการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่าย โดยการปรับปรุงกระบวนการทำงานนี้ครอบคลุมถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อการเติบโตในระยะยาว นำร่องโดยการปรับโครงสร้างธุรกิจการศึกษา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี เริ่มจากการปรับเปลี่ยน แบรนด์ (Rebranding) ในปี 2560 โดยปรับโลโก้เพื่อสะท้อนถึงความทันสมัยและเอกภาพของกลุ่มธุรกิจการศึกษา นอกจากนี้ยังมีการจัดโครงสร้างธุรกิจการศึกษาในประเทศไทยให้เหมาะสมกับความต้องการในอุตสาหกรรม การจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Learning) และให้ความสำคัญในการร่วมมือกับธุรกิจโรงแรมภายในกลุ่มเพื่อต่อยอดธุรกิจ สำหรับระยะยาวบริษัทมีแผนที่จะหาพันธมิตรทางธุรกิจในต่างประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและขยายธุรกิจการศึกษาให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. ทรัพย์สิน (Properties) เนื่องจากทรัพย์สินของโรงแรมจะทยอยเก่าเป็นไปตามกาลเวลาซึ่งมีผลกระทบต่อการทำธุรกิจและผลกำไร บริษัทจึงจำเป็นที่จะต้องลงทุนปรับปรุงโรงแรมให้ใหม่และทันสมัยเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน รวมถึงการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ เช่น การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสม (Mixed-Use Project) บนพื้นที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ (บริเวณ หัวมุมถนนสีลมและถนนพระราม 4) หรือการจำหน่ายทรัพย์สินที่ให้อัตราผลตอบแทนต่ำเพื่อลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
  4. เทคโนโลยี (Technology) เป็นรากฐานที่สำคัญอย่างมากในการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน โดยต้องนำมาปรับ ใช้กับธุรกิจโรงแรมให้เหมาะสม เน้นในเรื่องประสิทธิภาพและแพลตฟอร์มมาตรฐานเพื่อรองรับธุรกิจที่จะเติบโตในอนาคต เป็นเทคโนโลยีที่จะทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ สร้างความประทับใจเพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการที่โรงแรมอีก รวมทั้งการบริหารจัดการข้อมูล (Big Data) ที่มีอยู่เพื่อสร้างความพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า
  5. ความสามารถทางการเงิน (Financial Capability) เพื่อที่จะได้มีโครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสม มีความ ยืดหยุ่นและมั่นคงทางการเงินทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนมุ่งสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น การแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DTCPF) เป็นกองทรัสต์อสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT) ในช่วงปลายปี 2560 เป็นหนึ่งของแผนการสร้างรากฐานของบริษัท เพื่อให้บริษัทมีแหล่งเงินทุนในการพัฒนาและลงทุนด้านสินทรัพย์เพิ่มขึ้น

การเดินทางสู่บทใหม่ของบริษัทยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น บริษัทยังคงจำเป็นต้องลงทุนในรากฐานสำคัญข้างต้นอย่างจริงจังก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่สอง คือ ปี 2562-2564 หรือปีแห่ง “การรับรู้ศักยภาพในการเติบโต” (Realizing Potentials) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริษัทเริ่มการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสมและทยอยรับรู้รายได้จากการขายยูนิตในอาคารที่พักอาศัยของโครงการนี้ ขณะเดียวกันก็มีการขยายจำนวนห้องพักโรงแรมเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวซึ่งเป็นผลของการขยายธุรกิจโรงแรมในส่วนของการรับจ้างบริหารทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่บริษัทจะได้เห็นความก้าวหน้าในการบูรณาการธุรกิจโรงแรมและธุรกิจการศึกษา (Integration of Hospitality and Education Business) หลังจากที่บริษัทได้เริ่มดำเนินการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจการศึกษามาแล้วในปี 2560

ปี 2565-2568 เป็นช่วงเวลาแห่ง “การปลดล็อคการสร้างมูลค่า” (Unlock Value Creation) เมื่อโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสมเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการประมาณกลางปี 2567 บริษัทจะสามารถรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นในส่วนของโรงแรม อาคารที่พักอาศัย และพื้นที่ค้าปลีก นอกจากนี้ บริษัทยังคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้จากการลงทุนในธุรกิจใหม่อื่นๆ ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ในประเทศและต่างประเทศมีความสมดุลมากขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้


Please read our General Disclaimer & Warning carefully.
Use of this Website constitutes acceptance of the Terms of Website Use.
Copyright © 2018. ThaiListedCompany.com. All Rights Reserved.