Email This
Print This
สารจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

แม้ว่าสภาพโดยรวมของเศรษฐกิจโลกในปี 2559 ยังคงต้องเผชิญกับความผันผวน ทั้งจากปัจจัยความไม่สงบทางการเมืองในหลายประเทศและปัจจัยด้านความกังวลทางเศรษฐกิจ จากการแยกตัวจากสหภาพยุโรป ของประเทศอังกฤษ (Brexit) แต่สภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในรอบปี 2559 ยังคงสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประเมินไว้ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ร้อยละ 3.2 สูงกว่าอัตรา การขยายตัวที่ร้อยละ 2.8 ในปี 2558 โดยมีแรงส่งจากการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐเป็นสำคัญ

สำหรับภาคการท่องเที่ยวของไทยในปี 2559 จากข้อมูลล่าสุดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระบุว่า มีนักท่องเที่ยวสะสมตลอดทั้งปี 32.58 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 จากปีก่อน ก่อให้ เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวโดยรวม 2.52 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับปี 2558 คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 17.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งรายได้นี้ได้กระจายเม็ดเงินลงสู่ ระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

ในขณะเดียวกัน สำหรับกลุ่มดุสิตธานี ในรอบปี 2559 เองก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญด้วยกันถึงสามประการ ประการแรกคือ การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งนับเป็นความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งของชาวไทยทุกคนตลอดจนคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ ขอให้คำมั่นว่า จะสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการมุ่งมั่นพัฒนาประเทศไทยให้เจริญเติบโตต่อไป ด้วยการสร้างผลการดำเนิน งานที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นควบคู่ไปกับการส่งเสริมสนับสนุนให้บริษัทฯ มีการเติบโตร่วมไปด้วยกันกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

ส่วนประการที่สองคือ การที่คุณชนินทธ์ โทณวณิก ได้ตัดสินใจขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการ (Vice Chairman) และประธานคณะกรรมการบริหาร (Chairman of Executive Committee) เพื่อดูแลภาพรวมในฝั่งนโยบาย ดังนั้น คณะกรรมการฯจึงได้มีมติแต่งตั้งคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเพื่อดูแลภาพรวมเรื่องการบริหารจัดการ ในการนาให้กลุ่มดุสิตมีการเติบโตและก้าวหน้าตามแผนงานที่คุณชนินทธ์ได้เคยวางไว้ โดยใน รอบปีนี้ สิ่งที่บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญ คือการวางรากฐานการดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบริษัทฯ ในการเติบโตในอนาคต ควบคู่ไปกับการดูแลบริหารจัดการให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

และประการที่สาม คือ การที่บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้ต่ออายุสัญญาเช่าที่ดินบนหัวมุมถนนสีลมตัดกับถนนพระรามสี่ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ และอาคารสานักงานเดิมจานวน 19 ไร่ พร้อมกับที่ดินเพิ่มเติมจากอาคารรกร้างด้านถนนพระราม 4 ที่อยู่ติดกับบริษัทไปจนถึงอาคารอับดุลราฮิมอีกรวมเป็น 23 ไร่ 2 งาน 27.2 ตารางวา เป็นเวลา30 ปี และได้รับสิทธิต่อสัญญาเช่าต่อเนื่องอีก 30 ปี ซึ่งบริษัทฯ มองเห็นศักยภาพในการพัฒนาที่ดินผืนนี้ให้กลายเป็นหมุดหมายใหม่ของกรุงเทพฯ ที่ไม่ใช่ในแง่การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสร้างภูมิทัศน์ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ที่ต้องผสมผสานทั้งเอกลักษณ์ ของความเป็นไทย ความเป็นย่านใจกลางธุรกิจ ความเป็นพื้นที่สีเขียวที่ต่อเนื่องจากสวนลุมพินี และที่ดินที่ต่อเนื่องกันทั้งผืนนี้ ยังจะช่วยเปิดให้มีทางเข้าออกหลายทาง เชื่อมต่อทั้งถนนพระราม 4 ถนนสีลม รวมถึงซอยศาลาแดงที่จะทะลุผ่านไปยังถนนสาทร ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน

บริษัทฯ ตระหนักดีว่า ดุสิตธานี เป็นเครื่องหมายทางการค้าของคนไทย จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะดำเนินธุรกิจที่สร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่างบริษัทและสังคม ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าจากแผนการดำเนินงานต่างและแผนการลงทุนที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการมาตลอดปี 2559 น่าจะช่วยยกระดับตราสัญลักษณ์ของ ดุสิตธานี ให้กลับมาเปล่งประกายและเป็นที่จับตามองทั้งในประเทศและตลาดโลกได้อย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ผมขอขอบคุณท่านผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ ซึ่งได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่มั่นใจ ในบริษัทฯ และคอยให้การสนับสนุนบริษัทฯ และบริษัทย่อย ให้เติบโตและก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง



อาสา สารสิน
ประธานกรรมการ