Email This
Print This
นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจให้มีการเจริญเติบโตที่ยั่งยืน เพิ่มความโปร่งใส ขีดความสามารถในการแข่งขันของกิจการและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุนและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จึงกำหนดนโยบายสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการที่ดีโดยครอบคลุมหลักสำคัญดังนี้

  • สิทธิของผู้ถือหุ้น (Rights of Shareholders)
  • การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน (Equitable Treatment of Shareholders)
  • การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย (Roles of Stakeholders)
  • การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (Disclosure and Transparency)
  • ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (Board Responsibilities)
นิยามที่สำคัญ
คำที่ใช้ ความหมาย
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มบริษัท
(Group CEO)
ผู้บริหารสูงสุดของบริษัท
กรรมการที่เป็นผู้บริหาร ผู้บริหารที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการของบริษัท
กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร กรรมการบริษัทที่ไม่เป็นผู้บริหาร
กรรมการอิสระ กรรมการบริษัทที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดและมีความเป็นอิสระในการแสดงความคิดเห็นเพื่อพัฒนาปรับปรุงการบริหารจัดการบริษัท ให้มีความก้าวหน้า โปร่งใส มีการกำกับดูแลที่ดี
คณะกรรมการชุดย่อย คณะกรรมการกลุ่มย่อยที่คณะกรรมการตั้งขึ้นมาเพื่อให้ช่วยศึกษาและกลั่นกรองงานในด้านใดด้านหนึ่ง
คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการชุดย่อยที่คณะกรรมการตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงานภายในให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล มีระบบการจัดทำรายงานทางการเงินที่มีความสมบูรณ์ ถูกต้อง เป็นที่น่าเชื่อถือ มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ โดยครบถ้วนและเป็นไปตามหลักสากล มีระบบการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในที่มีมาตรฐานรัดกุมเพียงพอ
คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการชุดย่อยที่คณะกรรมการตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่พิจารณาค่าตอบแทนของกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มบริษัท
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา คณะกรรมการชุดย่อยที่คณะกรรมการตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่สรรหากรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มบริษัท และกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท การเปิดเผยข้อมูลในส่วนงานนักลงทุนสัมพันธ์ และการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สอดคล้องกับนโยบายของบริษัท และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพิจารณานโยบายและแผนการดำเนินงานด้านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของบริษัท
เลขานุการบริษัท บุคคลที่คณะกรรมการแต่งตั้งขึ้นเพื่อจัดทำและเก็บรักษาหนังสือนัดประชุม
และรายงานการประชุมของคณะกรรมการและผู้ถือหุ้นรวมถึงเอกสารสำคัญอื่นๆ 
ตามที่ได้รับมอบหมายหรือกฎหมายกำหนด
1. สิทธิของผู้ถือหุ้น

ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับสิทธิโดยเท่าเทียมกัน ทั้งนี้บริษัทส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นรวมทั้งนักลงทุนสถาบัน และจะไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น ดังนี้

  1. ผู้ถือหุ้นทุกคนมีสิทธิในการลงคะแนนเสียงตามจำนวนหุ้นที่ตนเองถืออยู่และได้รับสิทธิพื้นฐานต่าง ๆ เช่น สิทธิในการซื้อขายหลักทรัพย์ได้อย่างอิสระ การได้รับเงินปันผลอย่างเท่าเทียมกัน การเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น การแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมอย่างเป็นอิสระ การร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัท เช่น การเลือกตั้งกรรมการ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี การอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการ และการอนุมัติธุรกรรมที่สำคัญของบริษัท
  2. บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการบริษัทเป็นรายบุคคล เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเลือกกรรมการตามที่ต้องการเป็นรายบุคคลได้อย่างแท้จริง
  3. บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอวาระการประชุมผู้ถือหุ้น หรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการและส่งคำถามล่วงหน้าเกี่ยวกับวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า 3 เดือนก่อนวันสิ้นสุดรอบปีบัญชี โดยผู้ถือหุ้นที่จะเสนอเรื่องดังกล่าวต้องมีสัดส่วนของการถือหุ้นหรือถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 4 ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท
  4. บริษัทกำหนดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีภายใน 4 เดือนหลังจากสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของบริษัท ใน วัน เวลา และสถานที่ที่เหมาะสมโดยบริษัทจะจัดส่งหนังสือนัดประชุมพร้อมเอกสารข้อมูลประกอบการประชุมที่มีรายละเอียดความเป็นมา วัตถุประสงค์ และความเห็นของกรรมการในเรื่องต่าง ๆ ตามวาระที่นำเสนอ ถูกต้องและเพียงพอ และแจ้งล่วงหน้าให้ผู้ถือหุ้นทราบไม่น้อยกว่า 14 วัน
    นอกจากนี้ หากมีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างปีและต้องขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจะจัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
  5. ในการประชุมผู้ถือหุ้น มีการปฏิบัติดังนี้
    • จัดให้การลงทะเบียนโดยใช้ระบบบาร์โค้ดที่แสดงเลขทะเบียนของผู้ถือหุ้นแต่ละราย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับความสะดวก และทำให้ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นไปอย่างรวดเร็ว
    • ให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิในการออกเสียงแต่ละวาระได้อย่างเต็มที่ โดยบริษัทใช้วิธีการนับคะแนนที่โปร่งใส สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ สามารถแสดงผลคะแนนให้ที่ประชุมทราบโดยทันที
    • ให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมภายหลังจากได้เริ่มประชุมแล้ว มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนสำหรับวาระที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้มีการลงมติ และนับเป็นองค์ประชุมตั้งแต่วาระที่ได้เข้าประชุมและออกเสียงเป็นต้นไป
    • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือตั้งคำถามในวาระต่าง ๆ อย่างอิสระก่อนการลงมติ และบันทึกคำถามคำตอบไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ บริษัทได้ให้ข้อมูลรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวอย่างเพียงพอแก่ผู้ถือหุ้น ในวาระที่ผู้ถือหุ้นมีข้อสงสัย ข้อซักถาม บริษัทได้จัดเตรียมกรรมการหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ให้คำตอบภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท
    • หลังจากการประชุมผู้ถือหุ้นสิ้นสุดลง บริษัทจัดทำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นอย่างละเอียดครบถ้วนพร้อมทั้งคะแนนเสียงที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียงในทุก ๆ วาระที่ต้องมีการลงคะแนนเสียง และจัดส่งให้แก่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ภายใน 14 วัน หลังจากวันประชุม พร้อมทั้งเผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.dusit.com เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้
  6. กรรมการและผู้บริหารมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น จึงถือเป็นหน้าที่ที่ต้องเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสได้ซักถามปัญหาที่เกี่ยวกับบริษัท
2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทให้ความสำคัญและปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายในฐานะที่เป็นเจ้าของบริษัทอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดได้รับสิทธิพิเศษเหนือผู้ถือหุ้นรายอื่น ดังนี้


  1. บริษัทให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการออกเสียงลงคะแนนในแบบหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
  2. บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยมีส่วนในการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ โดยเปิดโอกาสให้เสนอชื่อกรรมการก่อนการประชุมสามัญประจำปี
  3. ผู้ถือหุ้นมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการประกอบกิจการที่สำคัญของบริษัท เช่น ผลประกอบการของบริษัท การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน รายการที่เกี่ยวโยงกันตามข้อกำหนดของ ตลท. หรือคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) อย่างเท่าเทียมและพร้อมกัน ซึ่งบริษัทจะเผยแพร่ข่าวสารในเว็บไซต์ของบริษัทและ ตลท.
  4. บริษัทอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นหรือกรรมการอิสระเป็นผู้เข้าประชุมเเละลงมติแทนได้ โดยบริษัทได้จัดทำหนังสือมอบฉันทะรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นกำหนดทิศทางการลงคะแนนได้ตามแบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด และจัดส่งไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นพร้อมทั้งข้อมูลประกอบการประชุมตามวาระต่างๆ รวมถึงการแจ้งสิทธิของผู้ถือหุ้นในการเข้าประชุม และสิทธิออกเสียงลงคะแนนของผู้ถือหุ้น เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทราบ
  5. บริษัทประกาศกำหนดการประชุมและวาระการประชุมผู้ถือหุ้นไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันประชุม
  6. หนังสือนัดประชุมและเอกสารประกอบการประชุมจัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นต่างชาติ นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังสามารถดาวน์โหลด (Download) หนังสือนัดประชุม เอกสารประกอบการประชุม และหนังสือมอบฉันทะ จากเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.dusit.com
  7. บริษัทกำหนดนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงแจ้งต่อคณะกรรมการหรือผู้ที่คณะกรรมการมอบหมายเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของบริษัทอย่างน้อย 1 วันล่วงหน้าก่อนทำการซื้อขาย
3. การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งภายในเเละภายนอก เพื่อให้ได้รับการปฏิบัติตามความเหมาะสมและเสมอภาค โดยบริษัทปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียได้รับการดูแลอย่างดี เพราะบริษัทตระหนักถึงแรงสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ที่จะสร้างความสามารถในการแข่งขันและสร้างกำไรให้กับบริษัท

ซึ่งถือเป็นเป้าหมายในระยะยาวของบริษัทโดยบริษัทได้กำหนดนโยบายในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ แยกได้ ดังนี้


  1. พนักงาน
    • ดูแลความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ
    • จัดให้มีสวัสดิการต่างๆ เช่น ประกันสุขภาพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ค่ารักษาพยาบาลและค่าทดแทนตามที่กฎหมายกำหนด
    • สนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาความรู้และความก้าวหน้าให้กับพนักงานทุกระดับอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง
    • สนับสนุนให้พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่
    • ให้โอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จของบริษัท
    • จัดโครงการต่างๆ เพื่อให้ความรู้ความสามารถกับบุคลากรในองค์กร
    • ให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมตามความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบ ผลการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละคน และต้องสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัททั้งในระยะสั้น เช่น ความสามารถในการทำกำไรในแต่ละปี และระยะยาว เช่น การวัดผลการปฏิบัติงานตาม KPI
  2. ลูกค้า
    • ปฏิบัติต่อลูกค้าถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน
    • ปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน
    • รักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าตลอดเวลา รวมถึงมุ่งพัฒนาการรักษาสัมพันธภาพกับลูกค้าแบบยั่งยืน
    • รับข้อเสนอแนะและ/หรือรับข้อร้องเรียนของลูกค้าและนำมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจ
    • ดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของลูกค้า
    • ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ลูกค้าอย่าง ถูกต้อง เพียงพอ และทันต่อเหตุการณ์
    • รักษาความลับของลูกค้า รวมทั้งไม่นำข้อมูลลูกค้าไปใช้ประโยชน์ต่อตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ
  3. คู่แข่ง
    • ประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่ดี
    • รักษาบรรทัดฐานของข้อพึงปฏิบัติในการแข่งขัน
    • ไม่ใช้วิธีไม่สุจริตเพื่อทำลายคู่แข่ง
  4. คู่ค้า
    • ดำเนินธุรกิจที่ไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียม จารีตประเพณีอันดีงาม
    • ปฏิบัติตามสัญญา เงื่อนไข หรือข้อตกลงต่างๆ
    • ปฏิบัติต่อคู่ค้าทุกรายอย่างเหมาะสม เสมอภาคและเป็นธรรม
    • กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกคู่ค้า โดยพิจารณาจากความเชี่ยวชาญในธุรกิจ สถานะทางการเงินมั่นคง ไม่มีประวัติการละทิ้งงาน มีความสามารถในการส่งมอบงานและสินค้าตามกำหนด  คุณภาพของงานและสินค้าได้มาตรฐาน และมีราคาที่เหมาะสมตามราคาตลาด
  5. เจ้าหนี้
    • ปฏิบัติตามสัญญา เงื่อนไข หรือข้อตกลงต่างๆ
    • ปฏิบัติต่อเจ้าหนี้ทุกรายอย่างเหมาะสม เสมอภาคและเป็นธรรม
    • ไม่เรียก หรือไม่รับ หรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริต
  6. สังคม ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม
    • เข้าร่วมกิจกรรมกับโครงการต่างๆ ที่เป็นการสรรสร้างส่งเสริมและพัฒนาความเป็นอยู่ของสังคมหรือชุมชน
    • สนับสนุนให้ความช่วยเหลือและร่วมมือกับรัฐและชุมชนในกิจกรรมของชุมชน สังคมและสถาบันการศึกษา
    • ส่งเสริมให้พนักงานของกลุ่มบริษัทมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม
    • จัดให้พนักงานมีกิจกรรมหรือเข้าร่วมอบรมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม
    • ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
    • สนับสนุนและให้ความร่วมมือในโครงการต่างๆ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อม
    • ใช้ทรัพยากร วัสดุหรืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
    • ควบคุม ดูแลวัสดุและอุปกรณ์ให้อยู่ในมาตรฐาน เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
  7. สิทธิมนุษยชน
    • มีนโยบายที่จะไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน
    • ไม่สนับสนุนกิจกรรมที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน
  8. ทรัพย์สินทางปัญญา
    • ปฏิบัติตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นทุกประเภทรวมถึง สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์
    • ไม่สนับสนุนให้พนักงานของบริษัทนำทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือกระทำการใดๆ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น
  9. การต่อต้านการทุจริตและห้ามจ่ายสินบน
    • สนับสนุนมาตรการของรัฐและเอกชนในการต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น
    • ไม่เรียกหรือรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้เกี่ยวข้องทางธุรกิจ เว้นแต่เป็นการรับอันเนื่องจากการให้ตามประเพณีนิยม โดยต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและปฏิบัติตามระเบียบของบริษัท
  10. คณะกรรมการจัดให้มีช่องทางที่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มสามารถติดต่อและร้องเรียนในเรื่องที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทโดยให้ทำเป็นหนังสือถึงคณะกรรมการตรวจสอบ และมีนโยบายในการปกป้องผู้แจ้งเบาะแสในการกระทำผิด
4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทตระหนักดีว่า ข้อมูลของบริษัททั้งที่เกี่ยวกับการเงินและที่ไม่ใช่การเงิน ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน และผู้ที่มีส่วนได้เสียของบริษัท จึงได้กำหนดให้ฝ่ายบริหารเปิดเผยข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้อง โปร่งใส ทั่วถึง และทันเวลาเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ถือหุ้นสามารถหาข้อมูลประกอบการพิจารณาได้ทันสถานการณ์ ซึ่งฝ่ายบริหารของบริษัทได้ให้ความสำคัญและยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ดังนี้

  1. บริษัทมีการเปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้นอย่างโปร่งใส
  2. รายงานประจำปีได้เปิดเผยข้อมูลไว้ ดังนี้
    • ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน
    • ลักษณะการประกอบธุรกิจและภาวะการแข่งขัน
    • ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
    • ประวัติของคณะกรรมการและผู้บริหาร
    • การระบุว่ากรรมการรายใดเป็นกรรมการอิสระ
    • การเปิดเผยหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการ
    • นโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนของผู้บริหารระดังสูง
    • การเปิดเผยค่าตอบแทนกรรมการเป็นรายบุคคล
    • การเปิดเผยจำนวนครั้งของการเข้าร่วมประชุมของกรรมการแต่ละคน
  3. บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลการทำรายการระหว่างกันไว้อย่างครบถ้วน โดยระบุชื่อของบุคคลที่มีการทำรายการระหว่างกัน ความสัมพันธ์ ลักษณะของรายการ เงื่อนไข นโยบายราคา และมูลค่าของรายการ นอกจากนี้ ในกรณีที่มีการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันที่เข้าข่ายจะต้องเปิดเผยข้อมูลหรือขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นตามข้อกำหนดของ ตลท.  บริษัทได้มีการเปิดเผยรายละเอียดและเหตุผลของการทำรายการให้ผู้ถือหุ้นทราบก่อนที่จะทำรายการ
  4. บริษัทกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารรายงานการถือครอง และ/หรือ เปลี่ยนแปลง หลักทรัพย์ต่อ กลต. ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (ฉบับประมวลแก้ไขเพิ่มเติมถึงปี 2551)
  5. บริษัทกำหนดให้กรรมการต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทให้ที่ประชุมคณะกรรมการทราบเป็นประจำทุกปี
  6. หากบริษัทมีข้อมูลข่าวสารต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับกิจการของบริษัท เช่น การเข้าทำรายการใดๆ หรือมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น และผู้ถือหุ้นควรจะรับทราบ แม้ว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์การขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือกฏหมายไม่ได้บังคับให้เปิดเผย บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลนั้นให้ผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนอื่นๆ ทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทหรือ ตลท.
  7. บริษัทได้ว่าจ้างผู้สอบบัญชีที่มีความเป็นอิสระและมีความน่าเชื่อถือ และเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจาก กลต.
  8. เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลของบริษัทได้อย่างสะดวกและเท่าเทียมกัน บริษัทจึงจัดไห้มีการสื่อสารข้อมูลของบริษัทผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
    • รายงานประจำปี
    • เว็บไซต์ของบริษัท
    • การพบปะกับนักวิเคราะห์
    • การจัดทำจดหมายข่าวที่นำเสนอถึงฐานะทางการเงินของบริษัท
    • เว็บไซต์ของ ตลท.
  9. บริษัทมีเว็บไซต์ www.dusit.com ที่นำเสนอข้อมูลที่ทันเหตุการณ์เกี่ยวกับบริษัท
  10. ในส่วนของงานนักลงทุนสัมพันธ์นั้น บริษัทได้มอบหมายให้ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับผู้ลงทุน สถาบันการเงิน รวมทั้งนักวิเคราะห์และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของบริษัทร่วมกับผู้บริหารระดับสูง การวางแผนดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง และภาพรวมขององค์กร บริษัทจึงกำหนดนโยบายและความรับผิดชอบของคณะกรรมการไว้ ดังนี้

  1. คณะกรรมการจัดให้มีนโยบายกำกับดูแลกิจการของบริษัท
  2. คณะกรรมการจัดให้มีนโยบายจริยธรรมธุรกิจ และจรรยาบรรณสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และ พนักงานของบริษัท และเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีและเว็บไซต์ของบริษัท
  3. คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา ทบทวน และอนุมัติวิสัยทัศน์และภารกิจของบริษัททุกปี รวมทั้งพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อกลยุทธ์ เป้าหมาย แผนธุรกิจ การลงทุน และงบประมาณของบริษัทตามที่กรรมการผู้จัดการและฝ่ายจัดการเสนอมา ตลอดจนกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนธุรกิจและงบประมาณที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อให้บริษัทมีกำไร และผลตอบแทนสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น
  4. คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณากำหนดและแยกบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการ อนุกรรมการ คณะกรรมการบริหาร และฝ่ายจัดการอย่างชัดเจน รวมทั้งมีการสื่อสารบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบดังกล่าวต่อคณะกรรมการ อนุกรรมการ ฝ่ายจัดการ และพนักงานของบริษัท
  5. คณะกรรมการเป็นผู้กำกับดูแลให้กรรมการผู้จัดการดำเนินการตามนโยบายและข้อบังคับที่กำหนดไว้
  6. คณะกรรมการกำหนดนโยบายให้กรรมการแต่ละท่านดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนไม่เกิน 5 บริษัท
  7. คณะกรรมการกำหนดนโยบายการดำรงตำแหน่งกรรมการของกรรมการผู้จัดการ/ประธานเจ้าหน้าที่บริหารในบริษัทจดทะเบียนอื่นไม่เกิน 2 บริษัท และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท
    นอกจากนี้ ต้องไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทอื่นที่ประกอบกิจการอันมีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัท เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท
    ทั้งนี้ ข้อกำหนดข้างต้นยกเว้นการเป็นกรรมการของบริษัทย่อย
  8. คณะกรรมการกำหนดนโยบายจำกัดจำนวนวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการไว้คราวละไม่เกิน 3 ปี เมื่อครบกำหนดตามวาระ กรรมการอาจได้รับการพิจารณาเสนอชื่อต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการต่อเนื่องได้
  9. คณะกรรมการมีหน้าที่กำกับดูแลให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย และระเบียบต่างๆ ของ กลต. และ ตลท.
  10. คณะกรรมการเป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงินรวมของบริษัทและบริษัทย่อย และสารสนเทศทางการเงินที่ปรากฏในรายงานประจำปี งบการเงินดังกล่าวจัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย โดยเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และใช้ดุลยพินิจอย่างระมัดระวังและประมาณการที่ดีที่สุดในการจัดทำ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
  11. คณะกรรมการกำหนดให้กรรมการผู้จัดการต้องรายงานผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริงเปรียบเทียบกับเป้าหมายให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยทุกไตรมาส เพื่อให้ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ รวมถึงการรายงานทางการเงิน และความคืบหน้าของการดำเนินงานในด้านต่างๆ
  12. คณะกรรมการให้ความสำคัญต่อระบบควบคุมภายในทั้งในระดับบริหารและระดับปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดภาระหน้าที่ อำนาจการดำเนินการของผู้ปฏิบัติหน้าที่ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน มีการควบคุมดูแลการใช้ทรัพย์สินของบริษัทให้เกิดประโยชน์ และมีการแบ่งแยกหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ติดตามควบคุมและประเมินผลออกจากกัน เพื่อให้เกิดการถ่วงดุล และตรวจสอบระหว่างกันอย่างเหมาะสมและให้มั่นใจว่าการบันทึกข้อมูลทางการบัญชีมีความถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอที่จะดำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สิน และเพื่อให้ทราบจุดอ่อนเพื่อป้องกันการทุจริตหรือการดำเนินการที่ผิดปกติอย่างมีสาระสำคัญฝ่ายตรวจสอบภายในทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานและกิจกรรมทางการเงินสำคัญของบริษัทว่าได้ดำเนินตามแนวทางที่กำหนดและมีประสิทธิภาพ รวมถึงตรวจสอบการบริหาร (Management Audit) การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับบริษัท (Compliance Control)
  13. คณะกรรมการกำหนดให้ฝ่ายตรวจสอบภายในรายงานผลการตรวจสอบโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เเละจะได้รับการประเมินผลงานจากคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบภายในมีความเป็นอิสระ สามารถตรวจสอบและถ่วงดุลได้อย่างเต็มที่
  14. คณะกรรมการจัดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการเข้าใหม่ โดยคณะกรรมการได้ให้ข้อมูลของบริษัท กฎระเบียบต่างๆ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  15. กรรมการบริษัทได้เข้าร่วมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ
  16. คณะกรรมการสนับสนุนกรรมการให้เข้าอบรมหลักสูตรหรือเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาที่เป็นการเพิ่มพูนความรู้ในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
  17. คณะกรรมการกำหนดตารางการประชุมล่วงหน้าทุกปี โดยจัดให้มีการประชุมมากกว่า 6 ครั้งต่อปี ในกรณีที่บริษัทไม่ได้มีการประชุมทุกเดือน บริษัทจะส่งรายงานผลการดำเนินงานให้คณะกรรมการทราบในเดือนที่ไม่ได้มีการประชุมเพื่อให้คณะกรรมการสามารถกำกับ ควบคุม และดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการได้อย่างต่อเนื่องและทันการ
    กรรมการต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับทราบและพิจารณาอนุมัติเรื่องที่กรรมการผู้จัดการและฝ่ายบริหารเสนอ โดยมีการกำหนดวาระชัดเจนล่วงหน้า หากมีวาระพิจารณาเรื่องพิเศษ นอกเหนือจากที่กำหนดล่วงหน้าจะเรียกประชุมเป็นครั้งๆ ไป เลขานุการบริษัทจะจัดส่งหนังสือนัดประชุมพร้อมวาระการประชุมล่วงหน้าก่อนวันประชุมคณะกรรมการอย่างน้อย 5 วันทำการ เพื่อให้คณะกรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม
    เมื่อสิ้นสุดการประชุม เลขานุการบริษัทเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำรายงานการประชุม โดยเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการรับรองในวาระแรกของการประชุมครั้งถัดไป และให้ประธานกรรมการบริษัทลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง ทั้งนี้ กรรมการบริษัทสามารถแสดงความคิดเห็น ขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมให้มีความละเอียดถูกต้องมากที่สุดได้
    รายงานการประชุมที่ได้รับการรับรองแล้วจะถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบในรูปแบบของเอกสารชั้นความลับของบริษัท ณ สำนักงานเลขานุการบริษัท
  18. กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารได้มีการประชุมระหว่างกันเองตามความจำเป็น เพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการโดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมด้วย
  19. คณะกรรมการได้กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงเพื่อปรับใช้ทั้งองค์กร และจัดทำคู่มือการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้ทุกหน่วยงานนำไปใช้เป็นเเนวทางในการจัดการบริหารความเสี่ยง
  20. คณะกรรมการดูแลอย่างรอบคอบเมื่อเกิดรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์และรายการเกี่ยวโยงกันเกิดขึ้น โดยจะพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบทุกครั้ง และหากต้องมีการลงคะแนนเสียงในวาระนั้นๆ กรรมการที่มีส่วนได้เสียจะไม่มีสิทธิออกเสียงรวมทั้งปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ ตลท. และเปิดเผยรายละเอียด มูลค่ารายการ คู่สัญญา เหตุผล ความจำเป็นไว้ในรายงานประจำปี และแบบ 56-1
  21. ในการดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน ห้ามไม่ให้กรรมการ ผู้บริหารหรือหน่วยงานที่ทราบข้อมูลภายใน นำข้อมูลดังกล่าวไปเปิดเผยแก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่ไม่เกี่ยวข้อง และห้ามทำการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในของบริษัทและบริษัทย่อย รวมถึงไม่ซื้อขายหลักทรัพย์ เเละห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วง 1 เดือน ก่อนที่งบการเงินเปิดเผยต่อสาธารณชน
  22. คณะกรรมการกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารต้องรายงานการมีส่วนได้เสียของของตนเองและบุคคลที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 89/14 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (ฉบับประมวลแก้ไขเพิ่มเติมถึงปี 2551) เป็นประจำทุกปีและ/หรือ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
  23. คณะกรรมการมีการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการไว้ชัดเจน
  24. คณะกรรมการมีการประเมินผลงานประจำปีของตนเองเป็นประจำทุกปีตามแนวทางของ ตลท. เพื่อให้คณะกรรมการร่วมกันพิจารณาผลงานและปัญหาเพื่อปรับปรุงแก้ไขต่อไป
  25. คณะกรรมการมีการประเมินผลงานประจำปีของประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทโดยใช้หลักเกณฑ์การประเมินผลงานที่อนุมัติโดยคณะกรรมการ
  26. คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา มีหน้าที่พิจารณาโครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท และบริษัทย่อย พิจารณารายชื่อและคุณสมบัติผู้เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการของบริษัทย่อย ทั้งนี้ โครงสร้างคณะกรรมการต้องมีความหลากหลายทางด้านทักษะ วิชาชีพ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพศ เป็นต้น รวมทั้งทำหน้าที่คัดเลือกและเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อคณะกรรมการ เพื่อดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ สามารถสืบทอดตำแหน่งที่สำคัญต่อไปในอนาคต
    นอกจากนี้ ในการสรรหากรรมการ คณะกรรมการมีหน้าที่จัดทำ Board Skill Matrix เพื่อกำหนดคุณสมบัติและทักษะของกรรมการที่ต้องการสรรหา ประกอบด้วยทักษะทางด้านธุรกิจโรงแรม ด้านบัญชีการเงิน ด้านการลงทุนในต่างประเทศ และด้านกฎหมาย โดยพิจารณาจากทักษะที่จำเป็นที่ยังขาดอยู่ในคณะกรรมการ และใช้ฐานข้อมูลกรรมการ (Director Pool) ในการสรรหากรรมการใหม่
  27. ประธานกรรมการของบริษัทมิได้เป็นกรรมการอิสระ อย่างไรก็ตาม ประธานกรรมการของบริษัทมิได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บริหารหรือพนักงานประจำของบริษัท
  28. ประธานกรรมการเป็นบุคคลคนละคนกับกรรมการผู้จัดการ โดยมีบทบาท อำนาจ และหน้าที่แบ่งแยกออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการบริหารและการกำกับดูแลกิจการ
  29. คณะกรรมการกำหนดนิยามความเป็นอิสระของกรรมการตามเกณฑ์ของ กลต. และเปิดเผยไว้ให้เป็นที่ทราบไว้ในรายงานประจำปี
  30. คณะกรรมการกำหนดนโยบายการถ่วงดุลอำนาจของกรรมการ ดังนี้
    • คณะกรรมการต้องประกอบไปด้วยกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
    • คณะกรรมการต้องประกอบไปด้วยกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
  31. คณะกรรมการมีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลให้มีระบบที่สนับสนุนต่อต้านการคอร์รัปชั่น เพื่อให้มั่นใจว่าฝ่ายบริหารให้ความสำคัญกับการต่อต้านการคอร์รัปชั่น
  32. คณะกรรมการเป็นผู้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยในการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ดังนี้้
    • คณะกรรมการตรวจสอบ
    • คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน
    • คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา
    • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
    • เลขานุการบริษัท
• คณะกรรมการตรวจสอบ

  1. คณะกรรมการตรวจสอบมีจำนวนอย่างน้อย 3 คน ประกอบด้วยประธานกรรมการตรวจสอบ 1 คน และสมาชิกคณะกรรมการตรวจสอบ ทุกคนต้องเป็นกรรมการอิสระได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท มีคุณสมบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด อย่างน้อย 1 คนต้องมีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงิน มีเลขานุการ 1คน แต่งตั้งโดยคณะกรรมการตรวจสอบตามที่เห็นสมควร
  2. ให้กรรมการตรวจสอบมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 3 วาระ เว้นแต่คณะกรรมการบริษัทจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น
  3. มีการเปิดเผยประวัติและคุณสมบัติของกรรมการตรวจสอบไว้ในรายงานประจำปีและแบบ 56-1
  4. ให้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการตรวจสอบไม่น้อยกว่าปีละ 4 ครั้ง และเปิดเผยจำนวนครั้งของการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบไว้ในรายงานประจำปี

หน้าที่และความรับผิดชอบ:

  1. สอบทานให้บริษัทมีการรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเพียงพอ
  2. สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้างและพิจารณาความดีความชอบหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในหรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
  3. สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  4. พิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระ เพื่อเสนอแต่งตั้ง และเลิกจ้าง เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีและเสนอค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีของบริษัท รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  5. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
  6. สอบทานให้บริษัทมีระบบการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) อย่างเพียงพอ
  7. สอบทานให้บริษัทมีการปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
  8. รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบให้คณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง
  9. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดย ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    1. ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัท
    2. ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัท
    3. ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
    4. ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
    5. ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    6. จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
    7. ความเห็นหรือข้อสังเกต โดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร (Charter)
    8. รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบ ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมองหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  10. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัทมอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
  11. ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบหากพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทำดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการของบริษัทเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร
    1. รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    2. การทุจริตหรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน
    3. การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
    หากคณะกรรมการของบริษัทหรือผู้บริหารไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาตามวรรคหนึ่ง กรรมการตรวจสอบรายใดรายหนึ่งอาจรายงานว่ามีรายการหรือการกระทำตามวรรคหนึ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหลักทรัพย์
  12. ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีพบพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบ ในการดำเนินงานของบริษัทได้กระทำความผิดตามที่กฎหมายระบุและได้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ดังกล่าวให้คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัททราบและเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป โดยไม่ชักช้า และให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นให้แก่สำนักงานหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และผู้สอบบัญชีทราบ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้สอบบัญชีถึงพฤติการณ์อันควรสงสัยที่ต้องแจ้งดังกล่าว และวิธีเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์นั้น ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด
• คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน

  1. บริษัทกำหนดให้มีกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนอย่างน้อย 3 คน ประกอบด้วยกรรมการอิสระเป็นส่วนใหญ่ มีประธานคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน 1 คนเป็นกรรมการอิสระ และสมาชิกคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท
    กรรมการพิจารณาค่าตอบแทนต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างสม่ำเสมอเพื่อนำมาปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าตอบแทน ต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่และแสดงความคิดเห็น รวมทั้งรายงานผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้โดยอิสระ
  2. ให้ประธาน และกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนมีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 3 วาระ เว้นแต่คณะกรรมการบริษัทจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น
  3. ให้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนไม่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้ง และเปิดเผยจำนวนครั้งของการประชุมคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนและการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนไว้ในรายงานประจำปี

หน้าที่และความรับผิดชอบ:

  1. เสนอนโยบายและวิธีการ การจ่ายค่าตอบแทนแก่คณะกรรมการและกรรมการชุดย่อยของบริษัทและบริษัทย่อยที่คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้ง ทั้งที่เป็นตัวเงิน และไม่เป็นตัวเงิน
  2. เสนอนโยบายการพิจารณาค่าตอบแทนให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทและบริษัทย่อย ทั้งที่เป็นตัวเงิน และไม่เป็นตัวเงิน โดยให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทก่อนนำเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทในแต่ละปี
  3. พิจารณาทบทวน ศึกษา ติดตามความเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มในเรื่องผลตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งคณะจัดการของบริษัทอย่างสม่ำเสมอโดยเปรียบเทียบกับบริษัทชั้นนำอื่นๆที่ประกอบธุรกิจอย่างเดียวกันเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจในการบริหารงานให้เจริญก้าวหน้า
  4. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมาย
• คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา

  1. บริษัทกำหนดให้มีกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาอย่างน้อย 3 คน ประกอบด้วยประธานคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา 1 คน และสมาชิกคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา โดยทุกคนต้องเป็นกรรมการอิสระ และได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท
    กรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาต้องมีความรู้เรื่องบรรษัทภิบาล สามารถปฏิบัติหน้าที่และแสดงความคิดเห็น รวมทั้งรายงานผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้โดยอิสระ มีความเป็นกลางในการสรรหา และคัดเลือกบุคคลผู้ที่สมควรได้รับการเสนอชื่อให้มาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัททดแทนกรรมการที่หมดวาระหรือกรณีอื่นๆ
  2. ให้ประธาน และกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหามีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 3 วาระ เว้นแต่คณะกรรมการบริษัทจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น
  3. ให้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาไม่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้ง และเปิดเผยจำนวนครั้งของการประชุมคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาและการเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาไว้ในรายงานประจำปี

หน้าที่และความรับผิดชอบ:

  1. กำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท การเปิดเผยข้อมูลในส่วนงานนักลงทุนสัมพันธ์ และการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน ให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สอดคล้องกับนโยบายของบริษัท และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  2. กำหนดขอบเขตและทบทวนนโยบาย พร้อมเสนอแนะแนวทางในการปฏิบัติงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอ
  3. พิจารณานโยบายและแผนการดำเนินงานด้านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ของบริษัทเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ
  4. พิจารณาโครงสร้าง องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทและบริษัทย่อย
  5. พิจารณารายชื่อและคุณสมบัติผู้ที่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการ และกรรมการของบริษัทย่อย
  6. พิจารณากลั่นกรองผู้ที่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัท และผู้บริหารระดับสูง และจัดทำแผนในการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง
  7. เสนอแนะวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะอนุกรรมการชุดต่างๆเป็นประจำ เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
  8. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย
• คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

บริษัทแต่งตั้งแผนกบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงซึ่งประกอบด้วยกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูงจากฝ่ายปฏิบัติการ 1 ท่าน ฝ่ายการศึกษา 1 ท่าน และสำนักงานส่วนกลาง 2 ท่าน เพื่อทำหน้าที่บริหารความเสี่ยงในภาพรวมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยการพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงทั้งทางด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk) ด้านการปฏิบัติงาน (Operation Risks) ด้านการเงิน (Financial Risks) และด้านทางการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance Risk) ทั้งนี้แผนกบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่จัดทำรายงานการบริหารความเสี่ยง และนำเสนอผลความคืบหน้าการบริหารความเสี่ยงต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทุกไตรมาส นอกจากนี้ แผนกบริหารความเสี่ยงได้จัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงสำหรับพนักงานระดับหัวหน้างานในโรงแรมทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดและนโยบายการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร

• เลขานุการบริษัท

คณะกรรมการแต่งตั้งเลขานุการบริษัทตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2551 ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดทำและเก็บรักษาเอกสารต่างๆให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย ดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน พรบ. มหาชนจำกัด และ พรบ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด